
มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เป็นเพียงหน่วยงานเล็กๆ ที่ตั้งขึ้นมาด้วยความมุ่งหวังที่จะให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบเคราะห์กรรม ที่เข้ามาร้องทุกข์โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับเด็กและสตรี
"หากเพียงแต่มีใครหยิบยื่นความช่วยเหลือ เอื้ออาทรให้เขาเหล่านั้น ความทุกข์ระทมต่างๆก็จะบรรเทาเบาบางลงได้"
ท่ามกลางความเจริญทางด้านเทคโนโลยียุคโลกาภิวัฒน์แต่อีกมุมหนึ่งของสังคมโลก ยังมีเพื่อนมนุษย์อีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะเด็กและสตีอีกมากมายถูกล่วงละเมิดสิทธิ ถูกทารุณกรรม ถูกข่มขืน ถูกบังคับค้าประเวณี ฯลฯ เสียงร่ำไห้ของเพื่อนมนุษย์อีกมากมายยังคงต้องการความช่วยเหลือ และเป็นภาพสะท้อนที่ทำให้มองเห็นปัญหาของสังคม ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น และหากเพียงแต่...มีใครยอมหยิบยื่นความช่วยเหลือเอื้ออาทรให้เขาเหล่านั้น ความทุกข์ระทมต่างๆ ก็จะบรรเทาเบาบางลงไปได้
“มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” (องค์กรสาธารณประโยชน์) ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2542 ด้วยความมุ่งหวังที่จะให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบเคราะห์กรรมที่ได้เข้ามาร้องทุกข์ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับเด็กและสตรีที่ถูกทารุณกรรม ถูกข่มขืน ถูกบังคับค้าประเวณีและถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งดารล่อลวงไปค้าประเวณีในต่างประเทศ “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” (องค์กรสาธารณะประโยชน์) ช่วยให้พวกเขาเหล่านี้ได้รับความเป็นธรรม หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน โดยการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์กรรมอย่างทันท่วงที และให้สามารถกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข หรือส่งตัวไปหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบของรัฐบาล หากอยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ในขั้นต้นก็จะจัดให้เข้าเรียนในโรงเรียนที่เหมาะสม หรือฝึกอาชีพ หรือส่งกลับภูมิลำเนา นอกจากกรณีที่ครอบครัวไม่พร้อมที่จะให้การดุแล หรือกลัวเกรงต่ออิทธิพลก็จะมอบผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นให้อยู่ในความอุปการะของมูลนิธิฯ เป็นชั่วคราว การดำเนินการดังกล่าว ทำให้มูลนิธิฯมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น การรักษาพยาบาล การศึกษา ค่ายานพาหนะ รวมทั้งค่าใช้จ่ายระหว่างที่ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งที่พักอาศัย อาหาร เสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายส่วนตัวฯลฯ
“มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” (องค์กรสาธารณะประโยชน์) เป็นเพียงหน่วยงานเล็กๆ หน่วยงานหนึ่งเท่านั้นลำพังแต่กำลังจากมูลนิธิฯเพียงอย่างเดียว ไม่อาจสนองตอบปัญหาทางสังคมที่ขยายตัวในวงกว้างได้ทั้งหมด หากมิได้รับความร่วมมือ และสนับสนุนจากทางรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ผู้ซึ่งมีจิตศรัทธา และเมตตาให้การช่วยเหลือสนับสนุนในโครงการ บริจาคทุนทรัพย์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของมูลนิธิฯช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ได้รับเคราะห์กรรมให้บรรเทาลงแล้ว มูลนิธิฯก็คงไม่สามารถดำเนินงานต่อไปโดยราบรื่นได้
