ค้นหา
  • ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

พ่อ-แม่ ร้อง “ปวีณา” ลูกสาว 4 ขวบ กับ 6 ขวบ ในจ.พระนครศรีอยุธยา และจ.ปทุมธานี ถูกคนร้ายบ

อัปเดตเมื่อ 13 ก.ย.

พ่อ-แม่ ร้อง “ปวีณา” ลูกสาว 4 ขวบ กับ 6 ขวบ ในจ.พระนครศรีอยุธยา และจ.ปทุมธานี ถูกคนร้ายบุกเข้าบ้านกลางวันแสกๆ ล่วงละเมิดทางเพศ ตำรวจจับได้ 1 ราย ส่วนอีกรายยังลอยนวล “ปวีณา” เตือนภัยขณะที่ทุกคนเฝ้าระวังโควิด-19 อย่าเผลอปล่อยลูกหลานอยู่ลำพัง วันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค.62 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ขณะที่ทุกคนเฝ้าระวังกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิช-19 แล้วยังมีเรื่องที่น่าห่วงและถือเป็นภัยสังคมอย่างร้ายแรงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่ง หลังพบคนร้ายอุกอาจบุกเข้าไปในบ้านของเด็กหญิง 2 รายในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.ปทุมธานี กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 4 ขวบ กับ 6 ขวบ ขณะที่พ่อแม่ไม่อยู่ก่อนจะหลบหนี ซึ่งเคสด.ญ.4 ขวบสามารถจับคนร้ายได้ในที่เกิดเหตุ แต่เคสของด.ญ.6 ขวบคนร้ายยังหลบหนี ซึ่งคนร้ายทั้ง 2 ราย คาดว่าจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาหลายครั้งจึงย่ามใจไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผล ถือเป็นภัยอันตรายยิ่ง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนพลเมืองดีหากพบเบาะแสของคนร้ายที่มีพฤติกรรมดังกล่าวช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวเพราะเกรงว่าจะไปกระทำกับเด็กคนอื่นๆ อีก

เคสแรกวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.63 นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ชาวจ.พระนครศรีอยุธยา ร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กแะสตรี แจ้งว่า ตนและครอบครัวอาศัยอยู่ในต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เย็นวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นางแวว (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี กับด.ญ.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ ภรรยาและลูกสาวนั่งเล่นอยู่หลังบ้าน ต่อมามีรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าบ้านและมีคนร้ายเป็นชายมาเรียกบอกว่ามีจดหมายมาส่ง ภรรยาตนจึงให้ลูกสาววิ่งไปรับ ซึ่งปกติลูกสาวเคยวิ่งไปรับจดหมายแปบเดียวก็วิ่งกลับมา แต่ครั้งนี้หายไปนานประมาณ 5 นาที ภรรยาตนเห็นผิดสังเกตจึงเดินเข้าไปในบ้านพบชายคนร้ายอยู่ในลักษณะที่ถอดกางเกงออกกำลังคร่อมอยู่บนร่างของลูกสาว ด้วยความตกใจสุดขีดภรรยาจึงรีบเข้าไปดึงตัวชายดังกล่าวออกจากตัวลูกพร้อมกับร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นจังหวะที่ตนกลับบ้านมาพอดีจึงรีบเข้าไปจับกุมตัวคนร้ายไว้ก่อนจะแจ้งตำรวจมารับตัวไปดำเนินคดีที่สภ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นญาติคนร้ายได้มีการติดต่อเข้ามาที่ตนว่าจะเรียกเงินเท่าไหร่ก็ได้ แต่ขออย่าดำเนินคดีกันได้หรือไม่ ซึ่งตนกับภรรยาไม่ยอม ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะคนร้ายมีพฤติกรรมที่อุกอาจเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่งซึ่งอาจจะไปก่อเหตุกับเด็กคนอื่นๆ อีกก็ได้ นอกจากนี้ยังเกรงว่าคนร้ายจะมีการประกันตัวออกไปแล้วหลบหนีจึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ความเป็นธรรมด้วย

ขณะเดียวกันนางปวีณา คิดขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ประมาณเดือนเศษก็มีด.ญ.คนหนึ่งอายุ 6 ขวบ ซึ่งอาศัยอยู่ในอ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ถูกคนร้ายเข้ามาในบ้านกระทำชำเรา ลักษณะเดียวกับด.ญ.เอ๋ แต่คนร้ายหลบหนีไปได้ โดยพ่อแม่แจ้งความไว้ที่สภ.ลาดหลุมแก้ว และร้องทุกข์ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ด้วย นางปวีณา จึงได้ประสาน พ.ต.อ.ปัจพล รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อขอให้พนักงานสอบสวนพาพ่อแม่และด.ญ.ผู้เสียหายไปชี้ตัวคนร้ายในเรือนจำที่คาดว่าอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่ก่อเหตุ โดยนางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนพาผู้เสียหายไปดูตัวคนร้ายว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในวันจันทร์แล้ว หากเป็นคนร้ายรายเดียวกันจะไม่ทันการณ์ ซึ่งพ.ต.อ.ณรัชต์ ได้อนุญาติเป็นกรณีพิเศษ วันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค.63 เวลา 10.00 น. นางปวีณาได้มอบหมายเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ให้เดินทางไปพร้อมกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนสภ.ลาดหลุมแก้ว ที่เรือนจำพระนครศรีอยุธยาเพื่อทำการดูตัวคนร้ายว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ปรากฏว่าเมื่อเด็กเห็นหน้าผู้ต้องหาก็ยืนยันว่าไม่ใช่คนที่ก่อเหตุ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนและน่ากลัวว่าคนร้ายที่กระทำกับด.ญ.6 ขวบรายนี้ยังลอยนวลอยู่ และเกรงว่าคนร้ายอาจตะไปทำกับเด็กคนอื่นๆ อีกจึงต้องเตือนภัยกันให้ทราบ

ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างทำคดี ต่อมาวันที่ 21 ก.พ.63 ชายคนดังกล่าวได้กลับมาอีกครั้งและได้เดินขึ้นไปบนบ้านแต่ไม่เจอลูกๆ ตน พอดีมีเพื่อนบ้านเห็นจึงได้สอบถามว่ามาทำอะไร ชายคนดังกล่าวอ้างว่าจะมาหาผู้รับเหมา เพื่อนบ้านจึงบอกว่าที่นี่ไม่มีผู้รับเหมา หลังได้ยินคำตอบชายคนนั้นก็รีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที แต่เพื่อนบ้านได้จดยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนรถได้จึงนำข้อมูลเพิ่มเติมไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเข้ามาขอความช่วยเหลือจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้ช่วยติดตามคดีและเร่งจับกุมตัวคนร้ายเนื่องจากเกรงว่าครอบครัวจะไม่ปลอดภัย

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น