top of page

"ปวีณา" เดินทางไปจ.เชียงใหม่ พาครอบครัวหญิงวัย 35 ปีผ่าตัดคลอดลูกเสียเลือดมากจนเสียชีวิตไปประชุมร่วม สสจ.แม่ฮ่องสอน

  • รูปภาพนักเขียน: ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ
    ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ
  • 7 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ปวีณา" เดินทางไปจ.เชียงใหม่ พาครอบครัวหญิงวัย 35 ปีผ่าตัดคลอดลูกเสียเลือดมากจนเสียชีวิตไปประชุมร่วม สสจ.แม่ฮ่องสอน  ผอ.รพ.ศรีสังวาลย์ สส.แม่ฮ่องสอน เขต 1 ผู้บริหารสำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 พมจ.แม่ฮ่องสอน  บูรณาการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหาย

วันที่ 6 ส.ค. 69 เวลา 13.30 น. "ปวีณา" เดินทางไปจ.เชียงใหม่! พาเคสสามีผู้เสียชีวิตร้องทุกข์ ภรรยาวัย 35 ปีแพทย์ผ่าตัดคลอดลูกโดนกระเพาะปัสสาวะและมดลูกฉีกทำเสียเลือดมากจนเสียชีวิต ไปประชุมร่วมกับ นพ.ทศพล ดิษฐ์ศิริ สสจ.แม่ฮ่องสอน, นพ.ธนวัฒน์ คงธรรม รองสสจ.แม่ฮ่องสอน, พญ.สุพรรษา ศรีชุ่มจิตร รอง สสจ.แม่ฮ่องสอน นพ.ชีวา มั่งมี ผอ.รพ.ศรีสังวาลย์, นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม ผู้บริหารสำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 พญ.อัจฉรา กาสุนันท์ หน.กลุ่มงานสูติกรรม รพ.ศรีสังวาลย์, หน.กลุ่มงานสูติกรรม รพ.นครพิงค์ ตัวแทน นางสาวเรืองลักษณ์ ทิพย์ทอง พมจ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังข้อมูลการรักษาจากรพ.ทั้ง 4 แห่ง และสรุปแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 

ระหว่างการประชุม พญ.สุพรรษา ศรีชุ่มจิตร รอง สสจ.แม่ฮ่องสอน ได้ให้ข้อมูลด้านการรักษาตั้งแต่รพ.ปาย ที่รับตัวคนไข้ หญิงวัย 35 ปีอายุครรภ์ 39 สัปดาห์ การตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก่อนจะมีการส่งต่อไปที่รพ.ศรีสังวาลย์ จ. แม่ฮ่องสอน ช่วงเที่ยงคืนวันที่ 10 ก.ค 69 คนไข้ มีภาวะรกเกาะต่ำ ไม่สามารถคลอดเองได้ และครรภ์ลักษณะผิดสัดส่วนศีรษะติดเชิงการมารดาขณะผ่าตัดเกิดการฉีกขาดของมดลูกเพิ่มเติมเสียเลือด 2,000 มิลลิลิตร แล้วยังมีเลือดออกมากเกินศักยภาพจึงส่งตัวไปที่รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ วันที่ 11 ก.ค 69 ซึ่งไม่มีเฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายทางอากาศ โดยเดินทางภาคพื้นดิน แพทย์รพ.นครพิงค์ ได้ทำการผ่าตัดรักษา แต่ยังพบว่าคนไข้เลือดออกมากในช่องท้องและต้องฟอกเลือดเพราะไตวายเฉียบพลัน มีเลือดคั่งในช่องท้อง  ภาวะวิกฤตก่อนจะส่งไปโรงพยาบาลแห่งสุดท้าย แพทย์ให้การช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถก่อนที่คนไข้จะเสียชีวิตลง ในวันที่ 19 ก.ค เวลาประมาณ 12.00 น.

ภายหลังการประชุม นพ.ทศพล ดิษฐ์ศิริ สสจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ในเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาตามมาตรา 41 เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 69 ได้รับหนังสือขอรับเงินเยียวยาจากทางครอบครัวผู้เสียหายแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้รับหนังสือขั้นตอนการรักษาของทั้ง 4 โรงพยาบาล ซึ่งจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ 9 คน ในวันที่ 10 ส.ค.69 ช่วงบ่าย เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอเรื่องไปยัง ผอ.สปสช. ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดย สสจ.แม่ฮ่องสอน รับปากจะเร่งติดตามเรื่องให้การช่วยเหลือโดยเร็ว

นพ.ธนวัฒน์ คงธรรม รองสสจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า วันนี้ที่มาไม่ได้แก้ตัวแทนหมอที่ทำหน้าที่ในวันนั้น เจตนาของหมอที่ทำงานรักษาไม่มีหมอคนไหนที่อยากทำลายคนไข้ อยากให้คนไข้ กลับมามีชีวิตที่ปกติสุข ณ วันนั้นมี 2 ชีวิตที่เราต้องช่วย เพราะพยายามช่วยเด็กขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิดพลาด แต่เป็นสิ่งที่เกินความคาดฝันของแพทย์ หมอพยายามทำสิ่งที่ดีอยากให้คนไข้รอดกลับไป ตั้งแต่หลังเกิดเหตุก็ได้นำนมผงไปช่วยเหลือให้เด็ก และจะช่วยเหลือต่อไปจนเด็กอายุ 1 ขวบ หรือเท่าที่เด็กต้องการ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมช่วยดูแลเด็กทั้ง 3 คนและครอบครัวนี้ไปด้วยกัน

นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องนางปวีณาประสาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและสสจ.แม่ฮ่องสอน โดยได้มีการนัดประชุมกันที่จ.เชียงใหม่ในวันนี้ หลังการประชุมทางครอบครัวผู้เสียหายมีกำลังใจขึ้นมาก ที่มีหน่วยงานมาร่วมกันให้ความช่วยเหลือ โดยสสจ.ยืนยันจะเร่งนำเรื่องเข้าที่ประชุมวันที่ 10 ส.ค.นี้ เพื่อเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายตามมาตรา 41 และให้การช่วยเหลือนมผงกับทารกเป็นเวลา 1 ปี ขอบคุณ สสจ.แม่ฮ่องสอน รองสสจ. ผอ.รพ. ผู้บริหารโรงพยาบาล และผู้บริหารสำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 สส.ปกรณ์ สส.แม่ฮ่องสอน เขต 1 พมจ.แม่ฮ่องสอน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่มาประชุมบูรณาการให้การช่วยเหลือร่วมกัน โดย สส.ปกรณ์ ได้ช่วยประสานงานจัดหาที่ประชุมให้ในครั้งนี้ ทั้งนี้นางปวีณาขอฝากสส.ปกรณ์ ในการดูแล ครอบครัวผู้เสียหายเพราะเป็นคนในพื้นที่เขต 1 แม่ฮ่องสอนของสส.ปกรณ์ และขอให้เชื่อมั่นว่ามูลนิธิปวีณาฯ จะไม่ทอดทิ้งจะติดตามความช่วยเหลือร่วมกับทุกหน่วยงานต่อไป 

นางปวีณา กล่าวอีกว่า อยากฝากไปถึงรัฐบาลว่าหัวใจของประเทศคือกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ถ้าจังหวัดที่เปรียบเป็นตะเข็บชายแดนก็จะไม่ได้รับอะไรที่เท่าเทียม อย่างอัตรากำลังแพทย์พยาบาลที่ไม่เพียงพอและครูที่ไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่กระจายไปทางชนบท รวมทั้งอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะทางก็ไม่มีและเฮลิคอปเตอร์สกายดอกเตอร์สำหรับเคสเร่งด่วนในพื้นที่ห่างไกลก็ไม่มี อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญ และมีนโยบายที่ชัดเจน ขณะที่สส.เองต้อง อภิปรายเรื่องงบประมาณ ให้ลงในพื้นที่ เราทุกคนต้องช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชน และที่สำคัญโรงพยาบาลทุกแห่งควรจะมีทีมสื่อสารกับประชาชน เมื่อเกิดความสูญเสีย ต้องทำความเข้าใจและให้การช่วยเหลือทันที

ด้าน นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องนี้จึงได้ประสานท่านปวีณา และท่านได้ให้มาร่วมประชุมด้วยเพื่อช่วยติดตามเคสให้ท่านปวีณาซึ่งอยู่ในพื้นที่แม่ฮ่องสอน อยากฝากถึงผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ในพื้นที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าไหร่ ขอบคุณท่านปวีณาที่เป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องประชาชนมานานกว่า 30 ปี ตนจะร่วมให้การช่วยเหลือเคสนี้ร่วมกับท่านปวีณาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้านตัวแทน นางสาวเรืองลักษณ์ ทิพย์ทอง พมจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ทาง พมจ.แม่ฮ่องสอน และหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวแม่ฮ่องสอนได้ประชุมและลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพบผู้สูญเสียมีลูก 3 คน ได้เยี่ยมให้กำลังใจมอบเครื่องอุปโภคบริโภคไปเบื้องต้นแล้ว พร้อมกับประสาน รพ.สต. น้ำนมผงไปสนับสนุน และช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัว 3,000 บาท และในระยะยาวทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ สนับสนุนเงินเด็กแรกเกิดเดือนละ 600 บาทอายุ 0-6 ปี หากผู้เสียหายต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมทางพม. จะประสานกับอบต. ในพื้นที่ร่วมให้การช่วยเหลือ ต่อไป

พ่อสามีผู้เสียหาย กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านปวีณา หงสกุล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวของตนอย่างเต็มที่และดียิ่งเหมือนกับตนเป็นคนในครอบครัว ตนและครอบครัวเข้าใจดีว่าไม่มีหมอคนไหนอยากทำให้คนไข้ตายและยังให้กำลังใจหมอในการทำงาน ขอบคุณสสจ. แม่ฮ่องสอน ผอ.โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ พมจ.แม่ฮ่องสอน ที่ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้  และขอบคุณ สส.ปกรณ์ สส.แม่ฮ่องสอน เขต 1 ที่ตนอยู่ และได้มาช่วยเหลือตนร่วมกับท่านปวีณา 

รายละเอียดความเป็นมา

จ.แม่ฮ่องสอน วันที่ 3 ส.ค.69 เวลา 10.00 น. นายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี พ่อม่ายลูกอ่อนเกิดได้เพียง 23 วัน แม่เสียชีวิตหลังผ่าตัดคลอดลูก พร้อมพ่อสามี เดินทางจากจ.แม่ฮ่องสอน เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 อายุครรภ์ 38 สัปดาห์ มีกำหนดคลอดในวันที่ 17 ก.ค. 69 แต่จู่ๆ วันที่ 9 ก.ค. 69 ภรรยามีภาวะเลือดซึมออกมาทางช่องคลอดจึงรีบส่งรพ.อำเภอแห่งที่ 1 ในจ.แม่อ่องสอน แต่ไม่สามารถคลอดเองได้เพราะรกเกาะต่ำ รพ.ที่1 จึงส่งต่อไปรพ.รัฐแห่งที่ 2 ในจ.แม่ฮ่องสอน วันที่ 10 ก.ค.69 แพทย์ได้ผ่าคลอดลูกปลอดภัย แต่แม่โคม่าต้องรีบนำเข้าไอซียู สามีผู้เสียชีวิตแจ้งว่า แพทย์ที่ผ่าตัดบอกว่า “ผ่าตัดไปโดนกระเพาะปัสสาวะและมดลูกฉีกขาด” เสียเลือดไปประมาณ 2 ลิตร ก่อนจะส่งตัวไปรักษายังรพ.รัฐแห่งที่ 3 แพทย์ทำการผ่าตัดเปิดแผลเย็บห้ามเลือดตรงบริเวณเลือดออกและตัดมดลูกทิ้ง และต้องให้เลือดวันละ 2 ลิตรทุกวันตั้งแต่หลังผ่าคลอด เลือดยังออกไม่หยุด รพ.แห่งที่ 3 จึงได้ส่งต่อไป รพ.แห่งที่4 เพื่อผ่าตัดห้ามเลือดโดยการใส่บอลลูนเข้าไปอุดบริเวณจุดที่เลือดออก แต่ก็ไม่สามารถห้ามเลือดให้หยุดไหลได้ รวมผ่าตัด 4 ครั้ง ภรรยาเสียชีวิตลงในวันที่ 19 ก.ค.69 ในใบมรณบัตรระบุ สาเหตุการตาย "เสียเลือดจากภาวะตกเลือดหลังคลอด" แต่รพ.ยังไม่มีความชัดเจนในการช่วยเหลือเยียวยา จึงมาขอให้มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอความช่วยเหลือให้ รพ.ช่วยเหลือครอบครัวและลูกทั้ง 3 คนที่ต้องกำพร้าแม่ด้วย หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ได้ประสาน นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและประสานนพ.ทศพล ดิษฐ์ศิริ สสจ.แม่ฮ่องสอน เพื่อให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวผู้เสียหาย โดยในวันพฤหัสบดีที่ 6 ส.ค.69 เวลา 13.30 น.นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางไปจ.เชียงใหม่! พาเคสสามีผู้เสียชีวิตร้องทุกข์ ภรรยาวัย 35 ปีแพทย์ผ่าตัดคลอดลูกโดนกระเพาะปัสสาวะและมดลูกฉีกทำเสียเลือดมากจนเสียชีวิต ไปประชุมร่วมกับ 1.นพ.ปิยะ ศิริลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 1, 2.นพ.ทศพล ดิษฐ์ศิริ สสจ.แม่ฮ่องสอน 3.นพ.ธนวัฒน์ คงธรรม รองสสจ.แม่ฮ่องสอน 4.นพ.ชีวา มั่งมี ผอ.รพ.ศรีสังวาลย์ 5.พญ.อัจฉรา กาสุนันท์ หน.กลุ่มงานสูติกรรม รพ.ศรีสังวาลย์ 6.หน.กลุ่มงานสูติกรรม รพ.นครพิงค์ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามมาตรา 41 โดยมี นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุมด้วย ที่สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อชี้แจงผลการรักษาจากรพ.ทั้ง 4 แห่งและสรุปแนวทางการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต..

ขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าว

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น


bottom of page