"ปวีณา" จับมือทูต 3 ประเทศต้านการค้ามนุษย์
04:41
bmonchai@gmail.com

"ปวีณา" จับมือทูต 3 ประเทศต้านการค้ามนุษย์

ปวีณาเดินหน้าต่อต้านการค้ามนุษย์พร้อมจับมือเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส นอร์เวย์ สเปน ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน วันที่ 5 มิ.ย. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิต-นครนายก คลอง 7 จ.ปทุมธานี เอกอัครราชทูต 3 ประเทศประจำประเทศไทยได้แก่ 1.เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส (H.E. Mrs. Christine Schraner Burgener) 2. เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ( H.E. Katja Christina Nordgaard ) 3. เอกอัครราชทูตสเปน (H.E. Ms. Maria del Carmen Moreno Raymundo) เข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อประชุมร่วมกันในการหาแนวทางรณรงค์ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่งที่นับวันจะมีความรุนแรงทวีคูณยิ่งขึ้น และในวันเดียวกันนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ ทำการช่วยเหลือหญิงไทยจำนวน 6 ราย ที่ถูกหลอกไปค้าประเวณี ค้ามนุษย์ กลับจากประเทศเกาหลีได้ เป็นผลจากการที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐจนให้การช่วยเหลือกลับมาได้แล้วเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหาย 2 รายได้เข้าพบนางปวีณา เพื่อพูดคุยและให้ข้อมูลในการที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ครั้งนี้ จะได้นำไปขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฏหมาย ทั้งนี้และเอกอัครราชทูตทั้ง 3 ประเทศได้ให้ความสนใจพูดคุยสอบถามข้อมูลอีกด้วย เบื้องต้นน.ส.กานต์ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี เหยื่อสาวไทย กล่าวว่า เมื่อต้นๆเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา มีคนไทยชื่อนางบุตร อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ชักชวนให้ไปทำงานที่ร้านนวดสปา ประเทศเกาหลี โดยอ้างว่าจะได้เงินดี และจะดำเนินการเรื่องเอกสารการเดินทางให้ทั้งหมด ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. มีชายชาวเกาหลี บินมาเมืองไทย เพื่อทดสอบฝีมือการนวดของน้องสาวตนก่อน จากนั้นก็ได้กลับไปประเทศเกาหลี และให้น้องสาวตนเดินทางไปประเทศเกาหลีในวันที่ 15 มี.ค. โดยนางบุตร เป็นคนพาไปส่งไว้ที่ร้านนวด ย่านถนนรัชดาภิเษก ก่อนที่จะเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งก็ได้พบกับหญิงคนไทยที่จะเดินทางไปด้วยกัน อีก 1 คน ในวันต่อมาได้เดินทางไปถึงประเทศเกาหลี มีชาวเกาหลีรอรับอยู่ที่สนามบิน และพาไปที่ร้าน นวดสปา ซึ้งตั้งอยู่ในเมืองอินซอน จากนั้นชายชาวเกาหลีก็ได้ยึดโทรศัพท์มือถือไว้ ทั้งยังกักขัง ไม่ให้ออกไปไหนมาไหนได้ ซึ่งที่พักกับที่ทำงานจะเป็นประตูรีโมท มีคนเฝ้าคุมอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีลูกค้ามาซื้อบริการ เจ้าของร้านจะเป็นคนไปนำตัวมาและบังคับให้ทำงาน ขายบริการทางเพศ หากไม่ทำตาม ก็จะถูกทำร้ายร่างกาย และในแต่ละวันจะได้นอนพักเพียงวันละ 1 ซม. เท่านั้น ซึ่งทุกครั้งที่จะใช้โทรศัพท์ติดต่อกับทางบ้าน จะต้องขออนุญาตและมีคนคอยนั่งฟังพร้อมกับบังคับให้บอกกับทางบ้านว่าสบายดี ทั้งที่ต้องอยู่อย่างทรมาน เหมือนตกนรกทั้งเป็น พร้อมกับหญิงไทยอีก 4-5 คน ซึ่งแต่ละคนไม่เคยได้รับเงินเดือนเลย โดยทางเจ้าของร้านนวดสปา อ้างว่า ต้องหักค่าใช้จ่าย ค่าอาหารและที่พัก และอื่นๆ ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีค่าอะไรบ้าง เมื่อทุกคนเห็นว่าตนติดต่อญาติได้จึงได้ขอความช่วยเหลือผ่านมาด้วยโดยให้พี่สาวตนเข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาฯ จากนั้นนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พร้อม เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส (H.E. Mrs. Christine Schraner Burgener) เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ( H.E. Katja Christina Nordgaard ) เอกอัครราชทูตสเปน (H.E. Ms. Maria del Carmen Moreno Raymundo) จึงได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ในการรณรงค์ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง “ รวมพลังยุติการค้ามนุษย์หญิงและเด็ก” หรือ We Join Hands to End Trafficking in Women and Childen เนื่องด้วยประเทศไทยได้มีการประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ และประเทศไทยได้มีการตราพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พ.ศ.2551 นางปวีณา กล่าวว่า ที่ผ่านแม้จะมีการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ แต่เมื่อไปถึงขั้นตอนการออกหมายจับผู้ต้องหาขบวนการค้ามนุษย์ก็จะจับได้เฉพาะผู้ต้องหาที่เป็นชาวไทย ซึ่งความจริงแล้วทั้งประเทศต้นทางและปลายทางผู้ร่วมขบวนการเจ้าหน้าที่ออกหมายจับและต้องถูกจับกุมดำเนินคดีแต่ที่ผ่านมาเมื่อขยายผลไปถึงปลายทางผู้ร่วมขบวนการเป็นชาวต่างชาติและมีการออกหมายจับแล้วก็ดีแต่ประเทศปลายทางบางประเทศจะไม่มีความคืบหน้าในการเร่งติดตามจับกุม และสื่อมวนชนเองก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของทุกฝ่ายให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ทางมูลนิธิปวีณาฯพร้อมเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ เอกอัครราชทูตสเปน ตกลงจะมีการประชุมหามาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุก ๆ เดือน และจะเชิญเอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ ประจำประเทศไทยมาร่วมประชุมด้วย เพื่อให้ทุกประเทศได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจังต่อไป