top of page
All Videos
พ่อ-แม่ ร้องปวีณา หมอเมืองชลฯ รักษาลูก 2 ขวบดับปริศนา คาใจฉีดยาอะไรให้ชีพจรอ่อนลง
03:14

พ่อ-แม่ ร้องปวีณา หมอเมืองชลฯ รักษาลูก 2 ขวบดับปริศนา คาใจฉีดยาอะไรให้ชีพจรอ่อนลง

พ่อแม่ร้องมูลนิธิปวีณา ลูกสาว 2 ขวบป่วยได้ 2 วัน พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีแล้วอยู่ๆ เสียชีวิต นาย บัณฑุร เอียดจะบก อายุ 29 ปี และนางสาว อรวรรณ โอวาท อายุ 28 ปี พ่อแม่ของน้องเอม อายุ 2 ขวบ 11เดือน เขาร้องเรียนกับนาง ปวีณา หงษ์สกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ในตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ลูกสาวมีอาการตัวร้อน อาเจียน เธอจึงเอายาแก้ไข้ชนิดน้ำให้ลูกกิน และเช็ดตัว ไข้ก็ลดลง กระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 11 ตุลาคม สังเกตว่าลูกกินข้าวได้น้อย ตัวร้อนอีกครั้ง สักพักไข้ลด พอเลิกงานกลับมาตอนเย็นพบว่าลูกหน้าซีด อาเจียน และถ่ายท้อง จึงพาไปโรงพยาบาล หมอที่ห้องฉุกเฉินบอกว่าลูกต้องนอนโรงพยาบาล เช้าวันที่ 12 ตุลาคม หมอแจ้งว่า ลูกเป็นโรคไข้เลือดออกแต่ตอนนี้หายแล้ว หมอแจ้งว่าวัดความดัน และปอดก็ปกติ ก่อนจะให้กลับบ้าน แล้วอีก 2 วัน มาหาหมอใหม่ ระหว่างรอรับยาลูกสาวก็ถ่ายท้องอีก จึงอุ้มไปห้องฉุกเฉินอีกครั้ง จากนั้นพยาบาลเจาะเลือดแต่เลือดไม่ออก แล้วหมอก็ฉีดยาให้ลูกสาว แล้วชีพจรก็อ่อนลง จนต้องปั๊มหัวใจ แต่พอปั๊มไปราว 20 นาที หมอก็บอกว่าน้องไม่มีอาการตอบสนอง และถ้าปั้มหัวใจนานเข้ากระดูกกล้ามเนื้ออกจะหักได้ สุดท้ายต้องให้หมอหยุดการรักษา หลังจากที่ปั้มหัวใจไปได้ 40 นาที ทำให้ครอบครัวคาใจมาก ไหนว่าหายแล้ว ทำไมลูกถึงตาย แล้วยาที่หมอฉีดให้ลูกสาวคืออะไรกันแน่ นางปวีณา จะประสานกับทางโรงพยาบาลที่น้องเข้ารับการรักษาก่อน เพื่อทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร เพราะหนังสือรับรองการเสียชีวิตระบุว่าไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/social/kaoden/370413 ------------------------- เรื่องเด่นเย็นนี้เสาร์-อาทิตย์ วันที่ 15 ตุลาคม 2566 #เรื่องเด่นเย็นนี้เสาร์อาทิตย์ (Ruangden News Weekend) ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่ ch3plus : https://ch3plus.com facebook : https://www.facebook.com/3Plusnews Twitter : https://twitter.com/3Plusnews YouTube : https://www.youtube.com/c/3PlusNews Tiktok : https://www.tiktok.com/3plusnews
พ่อแม่ร้องปวีณา ลูกสาว 2 ขวบ ป่วยสองวันพาไปหาหมอแล้วเสียชีวิต
03:11

พ่อแม่ร้องปวีณา ลูกสาว 2 ขวบ ป่วยสองวันพาไปหาหมอแล้วเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 15 ต.ค.66 นายบัณฑุร อายุ 29 ปี และนางสาวอรวรรณ อายุ 28 ปี พ่อแม่ของน้องเอม อายุ 2 ขวบ 11 เดือน เดินทางไปที่มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาว ที่เสียชีวิตหลังไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี นางสาวอรวรรณ แม่ของน้องเอม เล่าว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวตัวร้อนและอาเจียน ตนเอายาลดไข้ชนิดน้ำให้ลูกกิน จากนั้นก็เช็ดตัวจนไข้ลดลง ช่วงเช้าของวันที่ 11 ต.ค. ป้อนข้าวลูก ลูกก็กินปกติ แต่กินข้าวได้น้อย กินได้แต่นม รวมทั้งมีอาการตัวร้อนอีก พอไข้ลด ตนก็ออกไปทำงานตามปกติ พอเลิกงานกลับมาตอนเย็น พบว่าลูกหน้าซีด อาเจียน และถ่ายด้วย จึงพาลูกไปโรงพยาบาล พยาบาลที่อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ได้ตรวจร่างกายลูก และบอกว่าลูกต้องนอนโรงพยาบาล พอได้พบแพทย์ ตนก็แจ้งแพทย์ไปว่า ที่บ้านมีเด็กเป็นโรคไข้เลือดออก แต่ตอนนี้หายแล้ว ระหว่างนั้นหมอได้ตรวจวัดความดันและปอด พร้อมกับบอกว่า ปกติ อีก 2 วัน มาหาหมอใหม่ แล้วให้ไปรับยาลดไข้ที่หมอจ่ายให้ ระหว่างนั้นลูกสาวก็ถ่ายท้องออกมาอีกครั้ง ตนจึงอุ้มลูกรีบวิ่งไปห้องฉุกเฉิน ทางแพทย์เจาะเลือดที่แขนและเท้าเพื่อจะตรวจ แต่เลือดไม่ออก ก็พยายามเค้นให้เลือดออก จากนั้นหมอก็เอายาอะไรไม่รู้ มาฉีดให้กับลูกของตนเอง สักพักชีพจรของลูกก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด จนต้องปั๊มหัวใจ หลังจากปั๊มหัวใจได้ประมาณ 20 นาที แพทย์ก็บอกว่า ทางหมอพยายามปั๊มหัวใจแล้ว แต่น้องไม่มีอาการตอบสนอง และถ้าปั๊มหัวใจนาน กระดูกจะหัก ตนจึงปรึกษากับสามี และตัดสินใจให้หมอหยุดปั๊มหัวใจ หลังจากที่ปั๊มหัวใจไปได้ 40 นาที แม่ของน้องเอม บอกว่า ที่มาร้องกับมูลนิธิปวีณา เพราะอยากรู้ว่า ยาที่หมอฉีดให้ลูกเป็นยาอะไรกันแน่ และสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลูกเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะลูกสาวเป็นไข้แค่ 2 วัน และมาหาหมอไม่กี่ชั่วโมงก็เสียชีวิต ตนทำใจไม่ได้ เพราะมีลูกสาวแค่คนเดียว ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี บอกว่า กรณีของน้องเอม ที่เสียชีวิตกะทันหันหลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เพียง 2 ชั่วโมงเศษ คุณพ่อคุณแม่ก็เกิดความสงสัยว่าลูกสาวเสียชีวิตเพราะสาเหตุอะไรกันแน่ ซึ่งทางมูลนิธิต้องประสานกับทางโรงพยาบาลที่น้องเข้ารับการรักษา เพื่อสอบถามสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมทั้งเรื่องการฉีดยาให้กับเด็ก แล้วชีพจรอ่อนลงไป หรือน้องเป็นโรคอะไรกันแน่ เพราะหนังสือรับรองการเสียชีวิตนั้น ระบุว่าไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/social/morning/370457 ------------------------- #เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News) วันที่ 16 ตุลาคม 2566 ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่ ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3 Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3 YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3 #3PlusNews #ข่าวช่อง3
"ปวีณา หงสกุล" แจ้งเอาผิดพ่อใจร้าย ทำร้าย-ทุบตี ลูกสาว 6 ขวบ
02:35

"ปวีณา หงสกุล" แจ้งเอาผิดพ่อใจร้าย ทำร้าย-ทุบตี ลูกสาว 6 ขวบ

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ปวีณา พาป้าของเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ไปจับกุมดำเนินคดีกับพ่อใจร้ายที่ทุบตีลูกสาว พบประวัติคดียาเสพติดเพิ่งพ้นโทษมาปีที่แล้ว นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาป้าและเด็กหญิงผู้เสียหายเข้าพบ พันตำรวจเอก ธนาพันธ์ ผดุงการ ผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อใจร้ายที่ทุบตี ใช้ท่อพีวีซีฟาดตามตัว ฝักบัวอาบน้ำตีจนศีรษะแตก และกัดตามแขนขาเป็นรอยทั่วตัว  ป้าของเด็กผู้เสียหาย เล่าว่า ปกติจะพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันกับหลาน โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา หลานบอกว่าปะป๊าตีหนู โดยใช้ท่อพีวึซีและฝักบัว ซึ่งต้องตนเองทนเห็นน้องชายกระทำต่อหลานสาวมานานถึง 3 ปี จึงตัดสินใจพาหลานหนี และแจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ช่วยเหลือ ส่วนแม่ของน้องเสียชีวิตไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว จากการเสพยาเกินขนาด พ่อของน้องเคยต้องโทษคดียาเสพติด ปัจจุบันทำอาชีพพนักงานส่งของ ส่วนจะยังมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดอยู่หรือไม่นั้นไม่แน่ใจ แต่ทุกครั้งที่ก่อเหตุมักจะเมาสุรา ตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่า พ่อของน้องเคยถูกจับกุมคดีเสพและคดีจำหน่ายยาเสพติด ถูกจำคุกปี 2560 พ้นโทษออกมาปี 2562 ตำรวจได้ไปเชิญพ่อของเด็กมาสอบปากคำ ก็ยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง ทำไปเพราะเมาสุรา ปกติถ้าไม่เมาสุราจะไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้ จากนั้นได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินคดี ส่วนน้องเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ได้พาไปฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกาย หากน้องมีความพร้อมก็จะอนุญาตให้กลับไปอยู่กับญาติได้ นอกจากเคสนี้แล้ว นางปวีณา ยังไปที่ย่านทุ่งครุ เพื่อช่วยเด็กหญิง อายุ 12 ขวบ ชาว สปป.ลาว ที่หนีพ่อแม่จาก สปป.ลาวเข้ามารับจ้างทำงานบ้านได้ 3 วัน ก็ถูกเจ้านายจ้างผู้ชายข่มขืน น้องโทรหาป้าที่ทำงานอยู่ที่ไทยเช่นกันช่วยเหลือ พาเข้าไปร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ ประสานตำรวจออกหมายจับนายจ้างแล้ว พบเป็น กต.ตร. สภ.แห่งหนึ่งในสมุทรปราการ ตอนนี้อยู่ระหว่างจับกุมตัวมาดำเนินคดี กดติดตามช่อง CH7HD News ได้ที่ : https://cutt.ly/YTch7hdnews ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://news.ch7.com #เจาะประเด็นข่าว7HD #ข่าวช่อง7 #CH7HDNEWS Facebook Ch7HD: https://facebook.com/Ch7HD Ch7HD News: https://facebook.com/Ch7HDNews Twitter Ch7HD: https://twitter.com/ch7hd YouTube Ch7HD: https://www.youtube.com/c/ch7hd CH7HD News: https://youtube.com/c/CH7HDNews TikTok Ch7HD: https://www.tiktok.com/ch7hdofficial Ch7HD News: https://www.tiktok.com/ch7hd_news Instagram Ch7HD: https://www.instagram.com/ch7hd/ Ch7HD News: https://www.instagram.com/ch7hd_news/
ติงหอพักอยู่ไกลตาครู ปมนร.ชายบุกละเมิดสาวรุ่นพี่ | ข่าวเย็นช่องวัน | ข่าวช่องวัน
03:25

ติงหอพักอยู่ไกลตาครู ปมนร.ชายบุกละเมิดสาวรุ่นพี่ | ข่าวเย็นช่องวัน | ข่าวช่องวัน

คดีที่นักเรียนหญิงวัย 16 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.เพชรบูรณ์ ถูกนักเรียนชายรุ่นน้อง บุกเข้ามาล่วงละเมิดในหอกักตัวผู้ป่วยโควิด แต่โรงเรียนกลับปิดข่าวเงียบ จนป้าเด็กต้องไปแจ้งความ และร้องเรียนมูลนิธิปวีณาฯนั้น วันนี้ทางตำรวจ พร้อมคุณปวีณา ลงพื้นที่ไปตรวจสอบอาคารที่เกิดเหตุอีกครั้ง #ข่มขืน #ขืนใจ #ล่วงละเมิดทางเพศ _______________________________________ "สำนักข่าววันนิวส์ เชื่อมั่นในข่าว มั่นใจวันนิวส์" ติดตามชม #สำนักข่าววันนิวส์ ได้ตลอดทั้งวันทางหน้าจอ #ช่องวัน31 และติดตามช่องทางได้ดังนี้ Facebook / Instagram / Twitter / TikTok / Youtube : onenews31 _______________________________________ ละครดี วาไรตี้เด็ด ดูฟรีผ่านแอป #oneD ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3rmYls1 ดูบนแอป : https://bit.ly/3JgNpCp #one31 #ข่าวช่องวัน
"ปวีณา" ลงพื้นที่ด่วน ! ตรวจอาคารเกิดเหตุ นร.หญิง ถูกเพื่อนชายรุมข่มขืน
04:49

"ปวีณา" ลงพื้นที่ด่วน ! ตรวจอาคารเกิดเหตุ นร.หญิง ถูกเพื่อนชายรุมข่มขืน

เช้านี้ที่หมอชิต - นางปวีณา หงสกุล ตรวจสอบอาคารเรียนที่เกิดเหตุเด็กนักเรียนชายข่มขืนนักเรียนหญิง ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พบเป็นจุดที่อยู่ห่างไกลจากสายตาครู ขอให้โรงเรียนมีการแก้ไข ขณะที่ตำรวจเตรียมสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ และรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์เพื่อสรุปสำนวนคดี ตรวจสอบคดีข่มขืนในสถานกักตัว จ.เพชรบูรณ์ หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางมาที่โรงเรียนที่เกิดเหตุในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้า กรณีผู้ปกครองนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี ไปร้องเรียนว่า หลานสาวตนเองถูกนักเรียนชายอายุ 15 ปี ข่มขืนภายในห้องกักตัวผู้ป่วยโควิด-19 ที่อยู่ชั้น 2 ของอาคารภายในโรงเรียน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา และผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 15 กันยายน โดย นางปวีณา และผู้ปกครองของนักเรียนสาวผู้เสียหาย ตรวจสอบห้องที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นห้องพักที่ใช้สำหรับกักตัวผู้ป่วยโรคโควิด-19 มีทางขึ้น-ลงอยู่ทางด้านข้าง ระหว่างทางมีลูกกรงเหล็กดัด ปิดทางเข้า-ออก ห้องเกิดเหตุเป็นห้องเปิดโล่ง มีตู้และอุปกรณ์เป็นบางส่วน ภายในห้องพบกับผ้าห่ม และหมอน ที่ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ใช้ในช่วงการกักตัว โดยระหว่างการตรวจสอบ ครูของโรงเรียนได้ทำแผนผังที่นอนของเด็กนักเรียนมาแสดงให้ดู หลังการตรวจสอบ นางปวีณา กล่าวว่า อาคารแห่งนี้อยู่ห่างไกลจากสายตาครูที่ดูแลเด็กเกินไป ไม่ค่อยปลอดภัย ประกอบกับภายในบริเวณอาคารก็ไม่มีกล้องวงจรปิด และระบบความปลอดภัยที่ดี จึงอยากให้ทางโรงเรียนได้นำไปแก้ไข ทางด้าน พันตำรวจเอก รณฤทธิ์ สุธาพจน์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า พนักงานสอบสวนจะมีการสอบปากคำผู้เสียหายร่วมกับสหวิชาชีพ ในวันพรุ่งนี้ ที่สำนักงานอัยการจังหวัด และรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อสรุปสำนวนคดีต่อไป สนั่นโซเชียลฯ หลัง รมว.ศึกษาธิการ สั่งทำทัณฑ์บนนักเรียนชายคดีข่มขืน ขณะที่ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งหลังสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนและสั่งตรวจสอบครูเวรในวันเกิดเหตุแล้ว ล่าสุดเกิดประเด็นดรามาขึ้น เมื่อนางสาวตรีนุชสั่งให้ลงโทษนักเรียนชายที่ก่อเหตุข่มขืน และนักเรียนหญิงหัวโจกที่นัดนักเรียนชายขึ้นหอพักด้วยการทำทัณฑ์บน โดยให้ไปเรียนผ่านออนไลน์และสอบได้ปกติ เพื่อเป็นการให้โอกาสเด็ก ส่วนเด็กนักเรียนหญิงที่ถูกกระทำให้ย้ายออกจากโรงเรียนกลับไปเรียนที่ภูมิลำเนาเดิมคือจังหวัดเลย โดยจะประสานหาที่เรียนให้ต่อไป บทลงโทษนี้ทำเอาชาวเน็ตวิจารณ์อย่างหนัก เพราะเห็นว่าคดีข่มขืนควรมีบทลงโทษกับผู้กระทำมากกว่าแค่ทำทัณฑ์บน เพื่อให้เป็นบทเรียน ไม่ให้กระทำผิดซ้ำ ไม่ใช่อ้างว่าเป็นการให้โอกาส นอกจากนี้ยังควรปกป้องคุ้มครอง และเยียวยาเหยื่อผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงมากกว่าการให้ย้ายออกจากโรงเรียนเดิม เพราะการทำเช่นนี้เสมือนให้เหยื่อยอมรับชะตากรรมและหนีออกจากพื้นที่ กดติดตามช่อง CH7HD News ได้ที่ : https://cutt.ly/YTch7hdnews ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://news.ch7.com #เช้านี้ที่หมอชิต #ข่าวช่อง7 #CH7HDNEWS
bottom of page