กรุงเทพฯ "ปวีณา" พา " น้องมิ้น" นศ.ปี 2 คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ม.ดัง เดินทางไปกรมการกงสุล รับอัฐิมารดาที่เพิ่งส่งมาถึงไทย
- ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

- 12 ธ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 21 ธ.ค. 2568

น้ำตาท่วม! "ปวีณา" พา " น้องมิ้น" นศ.ปี 2 คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ม.ดัง เดินทางไปกรมการกงสุล เพื่อรับอัฐิมารดาที่เพิ่งส่งมาถึงประเทศไทย โดยมี นายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับนางปวีณา และคณะ พร้อมกับได้มอบอัฐิมารดากับน้องมิ้นเพื่อนำไปประกอบพิธีบังสุกุลทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้มารดาที่วัดเกาะสุวรรณาราม เขตสายไหม น้องมิ้นยังสงสัยสาเหตุมารดาเสียชีวิตมีเงื่อนงำ หลังพบศพนอนเปลือยกายในร้านนวดที่ญี่ปุ่น ใจจดจ่อรอผลชันสูตรชิ้นส่วนสมองและหัวใจจากญี่ปุ่น หวังคลี่ปมดับปริศนาให้แม่นอนตายตาหลับ

วันที่ 12 ธ.ค.68 เวลา 13.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา "น้องมิ้น" อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 2 คณะสัตว์แพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ นางสาวนงนภัทร์ อายุ 47 ปี ผู้เป็นแม่เสียชีวิตปริศนานอนเปลือยกายในร้านนวด อำเภอยูกิ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 ต.ค.68 ไปรับอัฐิแม่หลังมีการชันสูตรและทำพิธีฌาปนกิจศพที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนส่งกลับมาไทย โดยมี นายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ให้การต้อนรับนางปวีณาและคณะ พร้อมนำอัฐิมาส่งมอบให้น้องมิ้น ที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคาร B ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ
จากนั้น เวลา 14.00 น. นางปวีณา ได้พา น้องมิ้น นำอัฐิแม่ไปทำบุญสวดมาติกาบังสุกุล โดยมี พระครูปลัดสุวัฒนกวีคุณ (พระครูรุ่งแสง) เจ้าอาวาสวัดเกาะสุวรรณาราม รองเจ้าคณะแขวงสายไหม กรุงเทพมหานคร เมตตาทำพิธีบำเพ็ญกุศลให้ที่ ศาลา 3 วัดเกาะสุวรรณาราม สายไหม กรุงเทพฯ

ขณะนี้ "น้องมิ้น" ยังอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรศพของแม่อย่างละเอียด โดยมีการนำชิ้นส่วนสมองและหัวใจของแม่ไปตรวจตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้วันที่ 18 ต.ค.68 นายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งสำเนาผลการชันสูตรและคำแปลอย่างไม่เป็นทางการมาให้มูลนิธิปวีณาฯ ส่งถึงน้องมิ้น ระบุผลชันสูตรเบื้องต้นไม่มีร่องรอยบาดแผลตามร่างกายที่บ่งชี้ว่าเป็นการถูกฆาตกรรม อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเสียชีวิตเนื่องจากอาการป่วย ในชั้นนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด ซึ่งอาจใช้เวลาถึง 1-2 เดือน

นายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศยินดีให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ไปตกทุกข์ได้ยากในต่างแดน หรือบางคนที่เสียชีวิตก็จะดำเนินการส่งศพกับไทย ซึ่งมีบางเคสที่ ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่าย สำหรับเคสนี้ ที่น้องมิ้น ที่ขอความช่วยเหลือผ่านมูลนิธิปวีณาฯ ต้องจ่าย 6 หมื่นกว่าบาท เป็นค่าฌาปนกิจศพ ที่ประเทศญี่ปุ่นและ ค่าดำเนินการเรื่องเอกสาร ส่วนการส่งอัฐิกลับมาไม่มีค่าใช้จ่าย

นางปวีณา กล่าวว่า ขอขอบคุณนายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ที่ได้ช่วยเหลือติดตามเรื่องนี้จนสามารถนำอัฐิกลับมามอบให้น้องมื้นได้ทำบุญให้กับมารดา และขอบคุณ พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการ กองการต่างประเทศ (ตำรวจสากลไทย) ที่ได้ช่วยติดตามเคสนี้กับตำรวจประเทศญี่ปุ่น และขอขอบคุณ เพจอีจัน ที่ได้ช่วยประชาสัมพันธ์ขอน้ำใจคนไทยช่วยเหลือ ทั้งนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือน้องมิ้นร่วมกับเพจอีจัน และติดตามผลชันสูตรศพแม่น้องมิ้นอย่างละเอียดต่อไป

สำหรับ "น้องมิ้นท์" ได้ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของแม่ ซึ่งน้องมิ้นเชื่อว่ามีเงื่อนงำผิดปกติสภาพแม่นอนเปลือยกายในร้านนวด เนื่องจากก่อนเสียชีวิตแม่เคยเล่าว่า ถูกชายชาวญี่ปุ่นคลุ้มคลั่งบีบคอและแม่ยังเป็นเสาหลักที่ทำงานหาเงินส่งเสียตนเองเรียนแพทย์ทุกวัน หลังรับเรื่องได้ประสาน นายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และพล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการ กองการต่างประเทศ (ตำรวจสากลไทย)ทันที เพื่อเร่งรัดการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมติดตามขั้นตอนการส่งศพกลับไทย และได้ประชาสัมพันธ์ขอน้ำใจคนไทยช่วยบริจาคเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งศพกลับไทย ซึ่งระหว่างนั้นมูลนิธิปวีณาฯ ได้ช่วยเหลือให้น้องมิ้นได้ทำงานช่วงปิดเทอมเพื่อมีรายได้เป็นค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษา และทางมูลนิธิ "เพจอีจัน" ได้รวบรวมเงินบริจาคจากสังคมอีจันมอบให้น้องมิ้น จำนวน 157,765.47 บาท เป็นค่าดำเนินการในการฌาปนกิจศพที่ประเทศญี่ปุ่นและค่าเอกสารเป็นเงินกว่า 6 หมื่นบาท ส่วนการส่งอัฐิกลับมาไทย ทางกระทรวงการต่างประเทศช่วยเหลือโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเงินส่วนที่เหลือไว้ใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษา และมูลนิธิปวีณาฯ ยังได้ประสาน นางสาวสมปรารถนา นาวงษ์ เจ้าของเพจอีจัน / มูลนิธิเพจอีจัน รับน้องมิ้นเข้าทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อให้มีรายได้ไว้เรียนต่อจนจบการศึกษาและสามารถทำงานเลี้ยงตัวเองและยายได้ต่อไป

ขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าว

โอ้โห อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ สงสารน้องมิ้นจริงๆ ที่ต้องมาเจอเรื่องเศร้าแบบนี้ หวังว่าผลชันสูตรจะช่วยคลี่คลายปมได้นะคะ อ่านข่าวนี้แล้วนึกถึงเรื่องสุขภาพผิวเลยค่ะ บางทีการดูแลตัวเองด้วย red light therapy device ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้นะ
โอ้โห อ่านแล้วน้ำตาไหลตามเลยค่ะ สงสารน้องมิ้นมากๆ เลยนะคะ หวังว่าเรื่องจะคลี่คลายไวๆ นะคะ เห็นข่าวแบบนี้แล้วนึกถึงเรื่องสนุกๆ อย่าง ai baby dance เลยค่ะ เป็นกำลังใจให้น้องนะคะ
Wow, c'est fascinant de découvrir que Roméo et Juliette ne sont pas une création originale de Shakespeare ! Ça me fait penser à toutes ces choses qui ont des origines surprenantes, un peu comme rechercher les best red light therapy devices pour améliorer le sommeil !
This is a very helpful post. The details about Swadhar Yojana, Mukhyamantri Rajshri Yojana are explained in a simple and reader-friendly manner. Many people are unaware of these schemes, and your blog plays an important role in spreading knowledge. The benefits and eligibility criteria are clearly described. Thank you for providing such valuable and practical information.
Great guide! For fellow travelers, understanding Amtrak California Zephyr Prices is key to planning one of America’s most spectacular train journeys—from Chicago to San Francisco through breathtaking scenery, including the Rockies and the Sierra Nevada.