top of page
  • รูปภาพนักเขียนทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

“ปวีณา” ประสาน ผบก.ปคม. จับโค้ชฟุตบอล-ผู้สนับสนุนข่มขืนเด็กชายวัย 10 ขวบได้แล้ว


จ.อุดรธานี 15 ธ.ค.66 “ปวีณา” ประสาน ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ผบก.ปคม. จับโค้ชฟุตบอลและผู้สนับสนุนฟุตบอล ร่วมกันข่มขืนเด็กชายวัย 10 ขวบ 2 คน โดยผู้ต้องหาทั้งสองจำนนด้วยหลักฐานจึงรับสารภาพ โดนแจ้ง 6 ข้อหา ตร.เร่งขยายผลคาดมีเด็กถูกกระทำอีกจำนวนมาก




จ.อุดรธานี วันที่ 15 ธ.ค. 66 เวลา 14.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาแม่เด็กชาย 2 คน อายุ 10 ขวบไปประชุมกับ พล.ต.ต. ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.กรีธา ตัณคณารัตน์ รองผบก.ปคม., พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ. มารุต กาญจนขันธกุล รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ. ศราวุธ จันต๊ะ วงค์ ผกก.3 บก.ปคม. กรณีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.3 บก.ปคม. หลังรับเรื่องที่แม่เด็กชายวัย 10 ขวบ 2 คนมาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ ถูกนายหนึ่ง (นามสมมุติ) โค้ชฟุตบอล ปัจจุบันรับราชการ อายุ 43 ปี  และนายสอง (นามสมมุติ) ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล  อดีตทหารยศพันตรีเกษียณราชการ อายุ 64 ปี ล่วงละเมิดเพศทางทวารหนักและถ่ายคลิปหลายครั้ง จนเด็กมีอาการซึมเศร้าและไม่อยากมาโรงเรียน  



 แม่เด็กผู้เสียหาย เล่าว่า ที่ผ่านมามีโค้ชสอนฟุตบอลชายและผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลยศพันตรีวัย 64 ปี จัดตั้งทีมฟุตบอลเยาวชนชายได้มาขอใช้สนามฟุตบอลโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี เพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึกซ้อมเป็นประจำ ซึ่งจะมีเด็กนักเรียนชายในโรงเรียนอายุ 9 -13 ปี สนใจและรักกีฬาฟุตบอลก็ไปขอสมัครร่วมทีมด้วย     

 

วันที่ 6 พ.ย.66 จู่ๆ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้นป.4 ก็เอาเสื้อฟุตบอลไปคืนครูและบอกว่าจะไม่เล่นฟุตบอลอีกแล้ว ครูจึงแปลกใจเพราะเด็กรักในการเตะฟุตบอลมาก จึงได้ถามจนด.ช.เอ เล่าให้ฟังว่า ถูกนายหนึ่ง (นามสมมุติ) โค้ชฟุตบอล ซึ่งมีอาชีพหลักเป็นข้าราชการ อายุ 43 ปี และนายสอง (นามสมมุติ) อดีตทหารยศพันตรี ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล อายุ 64 กว่าปี ข่มขืนกระทำชำเราทางทวารหนักและถ่ายคลิปหลายครั้งที่บ้านพักและโรงแรม ระหว่างเก็บตัวฝึกซ้อม หรือเดินทางไปแข่งขันตามจังหวัดต่างๆ ก็จะถูกข่มขืน

 

นอกจากนี้แม่ด.ช.เอ ยังเล่าอีกว่า เด็กๆ ที่อยู่ในทีมส่วนใหญ่จะอยู่แบบไปกลับ เมื่อฝึกซ้อมเสร็จก็กลับบ้าน แต่จะมีเด็ก 4-5 คน ที่โค้ชและพันตรีผู้สนับสนุนจะคุยกับผู้ปกครองขออุปถัมภ์และให้กินนอนที่บ้านโค้ช ต่อมาช่วงวันที่ 30 ก.ค.-ต้นเดือนส.ค.66 โค้ชกับผู้สนับสนุนพาเด็กๆ ไปแข่งขันที่จ.บึงกาฬ โดยเปิดห้องพักที่รีสอร์ท หลังแข่งเสร็จ โค้ดกับพันตรีผู้สนับสนุนก็จะเรียกเด็กไปกระทำชำเราที่ห้องพัก ห้องละ 2-3 คน โดยผลัดเปลี่ยนกันกระทำและถ่ายคลิป ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีด.ช.เอ และด.ช.บี ถูกกระทำด้วย



 ซึ่งก่อนหน้านี้เด็กๆ ก็ถูกกระทำระหว่างไปแข่งขันที่จ.บึงกาฬ เช่นกัน และเด็กอีก 3 คนที่อยู่บ้านโค้ชก็จะถูกผลัดเปลี่ยนกันมาให้โค้ชและผู้สนับสนุนกระทำ บางครั้งเด็ก 4-5 คนก็ถูกสั่งให้มาร่วมวงพร้อมกันและผลัดกันกระทำทางเพศพร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้

 

“ตลอดเวลาเด็กๆ ทุกคนไม่กล้าขัดขืนเพราะโค้ชและผู้สนับสนุนเคยข่มขู่ไว้ว่าจะไล่ออกจากทีมและไม่ให้เล่นฟุตบอลอีก เด็กทุกคนจึงต้องยอมทน เพราะอยากจะเล่นฟุตบอลและอยากเป็นนักกีฬาฟุตบอล หากใครกลับบ้านหรือหายไปไม่มาฝึกซ้อมโค้ชกับผู้สนับสนุนก็จะไปตามถึงบ้านและรับตัวกลับ”   

 

หลังกลับจากจ.บึงกาฬ ด.ช.เอ ก็ไม่ไปฝึกซ้อมและพยายามตีตัวออกห่าง กระทั่งวันที่ 25 ส.ค.66 โค้ชกับพันตรีผู้สนับสนุนก็มาตามที่บ้านด.ช.เอ ที่บ้าน ยายซึ่งไม่รู้เรื่องก็ยอมให้หลานไปอยู่บ้านโค้ชอีกและด.ช.เอ ก็ถูกกระทำเรื่อยมาจนวันที่ 6 พ.ย. ด.ช.เอ ทนไม่ไหวจึงได้ขอลาออกจากทีมและเอาเสื้อมาคืน

 

ขณะที่ด.ช.บี ซึ่งถูกโค้ชและผู้สนับสนุนกระทำชำเราด้วย เมื่อรู้ว่าด.ช.เอ ไม่ยอมทนแล้วจึงได้ออกจากทีมด้วย เมื่อแม่และยายของเด็กชายทั้งสองรู้เรื่องก้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะทั้งโค้ชและผู้สนับสนุนเป็นคนกว้างขวางและรู้จักคนที่มีตำแหน่งใหญ่โต จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเอาผิดโค้ชกับผู้สนับสนุน 2 คนนี้ให้ดำเนินคดีถึงที่สุด



 หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ขับรถไปรับแม่ยายและเด็ก 2 ครอบครัวนี้ที่ จ.อุดรธานี เพื่อนำมาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ และดูแลสภาพจิตใจ 2 เด็กชาย ก่อนนางปวีณา พาเด็กและแม่ทั้ง 2 ราย เข้าแจ้งความกับ พล.ต.ต. ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. และมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาไปตรวจร่างกาย รพ.ตำรวจ และพาสอบสหวิชาชีพที่ ปคม. เด็กยืนยันชัดเจนถูกล่วงละเมิดทางเพศมาเป็นเวลาแรมปี 

 

ต่อมาวันที่ 14 ธ.ค. 66 ผบก.ปคม. ได้แจ้งนางปวีณา ว่าสามารถออกหมายจับและได้จับกุมโค้ชฟุตบอลและพันตรีผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลได้นำมาสอบสวนที่ปคม. โดยนางปวีณา ได้พาแม่มาร่วมประชุม และขอบคุณ พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม.  และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือ

 

สำหรับข้อหาความผิดที่ ปคม.แจ้ง ประกอบด้วย

1.ร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี

2.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี

3.ร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร

4.ร่วมกันพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ

5.ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีเพื่อการอนาจาร

6.ร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจให้เด็กกระทำอันมีลักษณะลามกอนาจาร


 

ความคืบหน้าคดีนี้ วันที่ 17 ธ.ค.66 ที่มูลนิธิปวีณาฯ เวลา 15.00 น. แม่เด็กเหยื่อ 2 ราย ขอบคุณศาลที่ไม่ปล่อยตัวชั่วคราวและขอบคุณตำรวจคัดค้านการประกันตัว  ข้าราชการนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ  โค้ชฟุตบอล และพันตรีอดีตนายทหาร ผู้สนับสนุน

 

โดยนางปวีณา ได้ประชุมกับผู้ปกครองเด็กให้การช่วยเหลือเหยื่อ 2 เด็กชายโดยต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่องพาพบแพทย์ รพ.ตำรวจ เพื่อให้พร้อมไปเรียนต่อ และนัดหมายกับกระทรวงยุติธรรมรับเงินเยียวยา ที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ปคม. เตรียมสอบปากคำแม่และเด็กเพื่อขยายผล วันนี้มีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อให้ปากคำ ปคม. เข้าคุ้มครองอีก 3 ราย ผู้ปกครองขอบคุณมูลนิธิปวีณาฯและ พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. ตำรวจสอบสวนกลาง ที่ทำงานรวดเร็ว ช่วยเหลือเด็กๆ ที่เป็นเหยื่อพ้นขุมนรก

 



ข่าวที่สื่อนำเสนอ




คลิปข่าวที่สื่อนำเสนอ




ดู 29 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comentários


bottom of page