"ปวีณา" เผยภารกิจช่วยชีวิต 4 หญิงไทย เหยื่อค้ากามขุมนรกแอฟริกาใต้
- ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
.
ในเวลานั้น ปวีณาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. และตัดสินใจเดินทางไปเอง เมื่อไปถึงโจฮันเนสเบิร์ก สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่ความเจริญแต่คือ รั้วไฟฟ้า บ้านพัก-สถานทูต ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา เพราะที่นี่ปล้นกลางถนนคือเรื่องปกติ
โดยเฉพาะคนแต่งตัวดีหรือถือของมีค่า ตรวจสอบข้อมูลพบว่าหญิงไทยถูกย้ายออกจากเมืองใหญ่ไปยัง “เคปทาวน์” เมืองท่องเที่ยวทางใต้ ต้องต่อเครื่องบินเดินทางอีกกว่า 6 ชั่วโมง เมื่อถึงเคปทาวน์ ปวีณานำพิกัดสถานที่กักขังเข้าพบ ผู้บัญชาการตำรวจหญิง
ขอร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือ
.
คำตอบคือ “ร่วมได้…แต่ต้องรอหมายจับ” ระหว่างรอหมายทีมงานใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงนั่งอยู่ริมทะเลธรรมชาติสวยนกทะเลบินผ่าน แต่ในใจปวีณา มีแต่คำถามเดียว “ผู้หญิงไทย…จะปลอดภัยไหม”
.
เมื่อได้หมายจับตำรวจบุกเข้าบ้านหลังหนึ่งที่ใช้เป็นสถานค้าประเวณีพบหญิงไทย 4 คนถูกกักขังไว้ หนึ่งในนั้นป่วยหนัก ผู้กระทำผิดถูกดำเนินคดี หญิงไทยทุกคนถูกพาออกมาอย่างปลอดภัยแต่ไม่จบแค่นั้น! ตอนนั้นเป็นเวลาช่วงเย็น ปวีณาตัดสินใจทันที “ต้องออกจากพื้นที่เดี๋ยวนี้” ไม่กล้าพักโรงแรมเพราะกลัวเครือข่ายอิทธิพลตามมาจึงไปพักที่บ้านคนไทยในพื้นที่ บ้านที่ต้องมีรั้วไฟฟ้า + ระบบรักษาความปลอดภัย
.
กระทั่ง...กลางดึกมี โทรศัพท์ลึกลับ โทรเข้าสร้างความกังวลทั้งบ้าน แต่แล้ว… พายุรุนแรง ฝนถล่มหนักจนไม่มีใครออกจากบ้านได้ ขณะเดี๋ยวกันก็ไม่มีใครเข้ามาได้เช่นกัน จนตี 4 เมื่อพายุสงบรีบพาทุกคนออกเดินทางไปสนามบินทันที บินกลับโจฮันเนสเบิร์ก
ก่อนกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย
.
หลังเหตุการณ์นี้ เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ประจำไทยเดินทางมาพบปวีณา มีการตกลงร่วมมือแก้ปัญหาค้ามนุษย์อย่างจริงจัง รวมถึงประเทศอื่น ๆ อย่าง “บาห์เรน”
.
ผลลัพธ์คือเส้นทางค้ามนุษย์สายนี้ลดลงอย่างชัดเจน ต่อมาเมื่อมีหญิงไทยถูกหลอกไปอีกแค่ส่งพิกัดตำรวจท้องถิ่นช่วยได้ภายใน 11 ชั่วโมง เรื่องนี้พิสูจน์ชัดว่าถ้ารัฐบาล หน่วยงานรัฐ NGO และภาคเอกชน จับมือกันจริง การค้ามนุษย์ ไม่ใช่เรื่องแก้ไม่ได้ และนี่คืออีกหนึ่งภารกิจที่ทำให้โลกเห็นว่า ประเทศไทยไม่เคยทอดทิ้งประชาชนของตัวเอง
.

ความคิดเห็น