ค้นหา
  • ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

2 สาวเหยื่อทารุณกรรมร้อง “ปวีณา” ช่วยติดตามคดี

2 สาวเหยื่อทารุณกรรมร้อง “ปวีณา” ช่วยติดตามคดี เรียกร้องความเป็นธรรม รายแรกสุดทนพฤติกรรมสามีตำรวจสองบุคลิกชอบใช้ความรุนแรง รายที่สองตั้งครรภ์ 3 เดือน ถูกอดีตแฟนตามทำร้ายร่างกาย 17 ครั้งหวังให้แท้งลูก



วันที่ 25 พ.ย.65 เวลา 13.00 น. สองสาวเหยื่อทารุณกรรมร้อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอช่วยเหลือติดตามคดี เรียกร้องความเป็นธรรม


รายแรกชื่อ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี เซลล์บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ภรรยานายดาบตำรวจ อายุ 37 ปี สังกัดสน.แห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ แจ้งว่า อยู่กินกับสามีมา 3 ปี จดทะเบียนสมรสกัน ที่ผ่านมาสามีคล้ายเป็นคนสองบุคลิก เวลาหงุดหงิดโมโหจะอารมณ์ร้าย เวลาอารมณ์ดีก็จะดีมาก เมื่อพูดจาขัดใจก็จะทำร้ายตบตีกว่า 10 ครั้งมาแล้ว


ล่าสุดวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา สามีไม่พอใจเพราะจะทาสีห้อง แต่ตนขอให้ไปทาวันที่ตนไม่อยู่เพราะวันนี้จะขอนอนพักเพราะเป็นวันหยุดของตน และต้องทำงานถึง 6 วันต่อหนึ่งสัปดาห์จึงอยากพักผ่อน แต่สามีก็ไม่พอใจขึ้นเสียงดุด่าและเอาแปรงทาสีมาฟาดที่แขน ตบตี เตะตามลำตัวจนตนล้มลงบนที่นอน ก่อนที่สามีจะขึ้นคร่อมและบีบคอง้างมือจะใช้ปืนตบหน้า ตนกลัวมากนาทีนั้นต้องยกมือไหว้ร้องขอชีวิตจึงรอดมาได้ ที่ผ่านมาสามีก็เคยใช้ปืนยิงเฉียดหูมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ตนต้องการแยกทางเพราะกลัวว่าชีวิตจะไม่ปลอดภัย ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

ส่วนสาวอีกรายชื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี อาชีพอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 3 เดือน แจ้งว่า รู้จักกับนายบี (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ทางเฟซบุ๊กและได้คบหาเป็นแฟนตั้งแต่ปลายปี 64 ที่ผ่านมานายบีไม่ยอมทำงานและขอเงินตนใช้ ตลอดเวลานายบีมักมีอารมณ์รุนแรงเมื่อไม่พอใจก็จะตบตี ครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.64 ทะเลาะกันเรื่องแมวของนายบีที่ไปทำความเสียหายในห้องพักโรงแรมก่อนจะเกิดการโต้เถียงกัน นายบีทำร้ายร่างกายตนจนบอบช้ำตั้งตัว หน้าตาบวมปูด


ต่อมาช่วงวันที่ 14 ม.ค.- 25 ก.พ.65 นับเป็นการทำร้ายครั้งที่ 2-9 ต่อเนื่องกัน ระหว่างที่อาศัยอยู่คอนโดฯ แห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ จ.ชลบุรี นายบีต่อยหน้าตบตี มีครั้งหนึ่งกระทำถึงขั้นสลบไป และพ่อตนได้พาไปแจ้งความ ต่อมาวันที่ 11 ก.ค.65 ศาลสั่งจำคุกนายบี 1 ปี 4 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้ติดกำไลอีเอ็มจากนั้นนายบีก็มาง้องอนขอคืนดี สัญญาจะไม่ทำอีก และไปไหว้ขอขมาพ่อ ตนจึงใจอ่อนยอมอภัยและขอแถลงต่อศาลให้ถอดกำไลอีเอ็มก่อนกำหนด


หลังนายบีได้ถอดกำไลอีเอ็ม ก็อ้อนวอนให้ตนไปถอนแจ้งความคดีทำร้ายร่างกายอีกหลายท้องที่ แต่ตนก็ทำทีไปโรงพักแต่ก็ไม่ได้ไปถอนแจ้งความ พอนายบีเข้าใจว่าตนถอนแจ้งความแล้วทีนี้นิสัยเดิมก็ออก เวลาที่ตนไปทำงานที่ไหนนายบีก็จะตามไปด้วยและมักจะแสดงอาการหึงหวง และพอเวลาที่ตนไม่ให้เงินใช้ก็จะโมโหทำร้ายร่างกาย


ช่วงเดือนพ.ค.-พ.ย.65 นายบีได้ทำร้ายร่างกายตนเป็นครั้งที่ 10-17 และยังข่มขู่บังคับให้ออกไปเจอเพื่อมีเพศสัมพันธ์กัน จนกระทั่งวันที่ 13 ต.ค.65 ตนรู้ตัวว่าตั้งครรภ์จึงพยายามปกปิดและต้องการจะเลิกราเพราะติดว่าเลี้ยงลูกคนเดียวได้ แต่นายบีสืบรู้ว่าตนตั้งครรภ์และพยายามจะขอเงินตนใช้อีก เมื่อไม่ได้เงินก็จะทำร้ายร่างกายตนทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ประจานและข่มขู่ฆ่าพ่อแม่ทำให้ตนเกรงว่าครอบครัวจะไม่ปลอดภัย ล่าสุดวันที่ 23 พ.ย.65 นายบีได้ทำร้ายร่างกายตน เหตุเกิดย่านรามคำแหง 2 และได้แจ้งความไว้ที่สน.อุดมสุข ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด


หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือ ดังนี้

เคสที่ 1 ถูกสามีเป็นตำรวจทำร้าย วันที่ 25 พ.ย. ได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาผู้เสียหายไปแจ้งความที่สน.บางเขน และได้ประสาน พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 และพ.ต.อ.เรวัตร จิตรเอื้อ ผกก.สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.น.2 รักษาราชการแทน ผกก.สน.โคกคราม และให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาผู้เสียหายไปพบ เพื่อดำเนินการสอบสวนทางด้านวินัยกับตำรวจนายดังกล่าว


เคสที่ 2 วันที่ 25 พ.ย. ได้ประสาน พ.ต.อ.ปณิธิ ชาอุ่น ผกก.สน.อุดมสุข ให้น.ส.เอ ไปพบและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อติดตามคดี เนื่องจากผู้กระทำผิดเคยต้องคดีทำร้ายร่างกายและถูกศาลสั่งจำคุก 1 ปี 4 เดือน โดยให้รอลงอาญา แต่ยังมากระทำผิดซ้ำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงขอให้มีการดำเนินคดีโดยเร็ว

นางปวีณา กล่าวว่า สถิติมูลนิธิปวีณาฯ รับเรื่องราวร้องทุกข์กรณี ทารุณกรรม / ทำร้ายร่างกาย ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. – 23 พ.ย. 65 มีมากถึง 886 ราย เนื่องจากองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล” และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 เห็นชอบให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็น “เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี”


มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี “ขอเชิญชวนพลังประชาชนทุกคนร่วมรณรงค์เรียกร้องยุติความรุนแรงต่อสตรีทุกรูปแบบ” กรณี 2 เคสนี้เป็นตัวอย่างความรุนแรงต่อสตรี ซึ่งไม่สมควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคน มูลนิธิปวีณาฯ จะให้ความเป็นธรรมและติดตามคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป











ดู 21 ครั้ง0 ความคิดเห็น