top of page
  • รูปภาพนักเขียนทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

ด.ญ.13 ปี ร้อง “ปวีณา” พ่อไล่ออกจากบ้านขอให้ช่วยเหลือเรื่องเรียน พม.ลงพื้นที่ดูแลด่วน!

จ.สุรินทร์ 26 พ.ค.66 ด.ญ.13 ปี ร้อง "ปวีณา" ผ่านเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถูกพ่อแท้ ๆ ตีและไล่ออกจากบ้าน ประสาน พม. ลงพื้นที่ด่วน! และส่งเข้าโรงเรียนประจำ



วันที่ 26 พ.ค.66 เด็กหญิงวัย 13 ปี ร้องผ่านเพจเฟซบุ๊ก "มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี" ว่า ถูกพ่อแท้ๆ ตีและไล่ออกจากบ้าน ไม่มีใครช่วยเพราะแม่ไปมีครอบครัวใหม่ จึงต้องไปอาศัยอยู่บ้านเพื่อนเพื่อจะได้เรียนต่อแต่ไม่มีเงิน หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ประสาน ผกก.สภ.ดม พมจ. หัวหน้าบ้านพักฯ สุรินทร์ ลงพื้นที่ด่วน! รับเด็กหญิงเข้าคุ้มครอง และส่งเข้าโรงเรียนประจำ เพื่อให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม เด็กหญิงดีใจสัญญาจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด


เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) วัย 13 ปี นักเรียนชั้นม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.สุรินทร์ ร้องทุกข์มายังเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ถูกพ่อตีและไล่ออกจากบ้าน ต้องไปอาศัยอยู่บ้านเพื่อนเพราะห่วงเรื่องเรียนหนังสือ ต้องไปโรงเรียนทุกวัน และตอนนี้ไม่มีเงิน ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย พร้อมกับให้เบอร์โทรศัพท์ทิ้งไว้ หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้พยายามโทรฯ ติดต่อเด็กหญิงทันที แต่ไม่สามารถติดต่อได้




จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้พยายามติดต่อแม่และพี่สาวของเด็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก นางปวีณา เป็นห่วงเด็กหญิงมากจึงได้ให้เจ้าหน้าที่แชตข้อความไปหาเด็กพร้อมให้เบอร์โทรฯ ด่วน กระทั่งเด็กหญิงได้โทรฯ กลับมา และแจ้งว่าบางช่วงเวลาต้องปิดโทรศัพท์เพราะเข้าเรียนและไม่ทราบว่าเบอร์ใครโทรมาจึงไม่กล้ารับ โดยนางปวีณา ได้พูดคุยกับเด็กหญิงสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น


เด็กหญิงเอ เล่าว่า พ่อแม่มีลูกด้วยกัน 3 คน และแยกทางกันตั้งแต่หนูเรียนอยู่ชั้นอนุบาล แม่แยกไปมีครอบครัวใหม่ที่จ.สมุทรสาคร และมีลูกใหม่อีก 2 คน ตอนนี้พี่สาวคนโตอายุ 16 ปี ไปอยู่กับแม่เพื่อช่วยเลี้ยงน้อง หนูเป็นลูกคนกลางอยู่กับพ่อ ส่วนน้องชาย 9 ขวบ ไปอยู่กับย่า วันก่อนพ่อดุด่าตีหนูและไล่หนูออกจากบ้าน หนูเสียใจมากจึงออกไปขออยู่บ้านเพื่อนเพื่อจะได้เรียนต่อ แต่ตอนนี้ก็ลำบากเพราะไม่มีเงินใช้จ่าย จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ


หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ยุทธนา จาตุรัตน์ ผกก.สภ.ดม นางสาวพัทธิอร กาฬสุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ และนายสุพล เสตเขตต์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ เดินทางไปพบเด็กที่โรงเรียน และลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านของเด็กหญิงเอ พบว่าพ่อของเด็กมีอาชีพรับจ้างขุดมันสำปะหลังรายได้ไม่แน่นอน สภาพความเป็นอยู่ที่บ้านไม่ค่อยเหมาะสมในการเลี้ยงดูลูก



จากการสอบถาม เด็กหญิงเอ อยากไปอยู่กับแม่ที่ จ.สมุทรสาคร แต่แม่มีภาระเลี้ยงดูลูกเล็ก 2 คน ซึ่งเกิดจากสามีใหม่ เด็กหญิงเอ จึงอยากไปอยู่โรงเรียนประจำเพื่อจะได้เรียนหนังสือ โดยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ ได้รับเด็กหญิงเอเข้าคุ้มครองสวัสดิภาพ ก่อนจะทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งเพื่อให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ซึ่งพ่อแม่เด็กก็ยินยอม ขณะที่เด็กหญิงเอ เมื่อรู้ว่าจะได้เรียนต่อในโรงเรียนประจำก็ดีใจมาก และสัญญาจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด


นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ขอบคุณ พ.ต.อ.ยุทธนา จาตุรัตน์ ผกก.สภ.ดม นางสาวพัทธิอร กาฬสุวรรณ พัฒนาสังคมฯ สุรินทร์ และนายสุพล เสตเขตต์ หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ สุรินทร์ ที่เข้าช่วยเหลือเด็กหญิงรวดเร็ว และช่วยเด็กให้ได้เข้าเรียนต่อโรงเรียนประจำเพื่อจะได้มีอนาคตที่ดี ทั้งนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือเด็กหญิงรายนี้ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป





ดู 20 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page