top of page

แม่ ร้อง “ปวีณา” ช่วยนำศพลูกสาวถูกแฟนผลักตกตึกชั้น 23 ที่มาเลเซียกลับไทย

  • รูปภาพนักเขียน: ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ
    ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ
  • 11 มี.ค. 2567
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 8 เม.ย. 2567




จ.ปทุมธานี 1 มี.ค. 67 แม่ ร้อง “ปวีณา” ลูกสาวอายุ 32 ปี ถูกแฟนชาวมาเลเซียอายุ 37 ปีผลักตกตึกชั้น 23 เสียชีวิต ซึ่งเพิ่งจะคบหากันได้เพียง 2 เดือน  มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน และลูกสาวไม่ใช่คนแรกที่ถูกผลักตกตึกเสียชีวิต หลังรับเรื่องประสานกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เร่งนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศล


จ.ปทุมธานี วันที่ 1 มี.ค. 67  แม่ ร้อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ลูกสาว อายุ 32 ปี ถูกแฟนผลักตกตึกชั้น 23 เสียชีวิต มีคลิปร้องโหยหวนขอให้ช่วยก่อนตกตึกตาย ซึ่งพิ่งจะคบหาแฟนชาวมาเลเซีย อายุ 37 ปี ได้เพียง 2 เดือน คาดว่าเป็นตึกเดียวกันกับน้องจ๋าตกตึกในมาเลเซีย  มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน และลูกสาวไม่ใช่คนแรกที่ถูกผลักตกตึกเสียชีวิต หลังรับเรื่อง ประสานกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เร่งนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศล




 

สืบเนื่องจาก นางแก้ว (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี  ชาว จ.ปทุมธานี  ได้เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา  หงสกุล  ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ที่สำนักงานมูลนิธิปวีณาฯ คลอง 7 อ.ธัญบุรี  จ.ปทุมธานี  โดยเล่าว่า เมื่อต้นปี 2566 ลูกสาว น.ส.แอน (นามสมมุติ)  อายุ 32 ปี  จึงได้เดินทางไปทำงานร้านอาหารที่ อ.เบตง จ.ยะลา  ส่งเงินมาให้ครอบครัวและลูกชาย อายุ 13 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่เดือนละ 6,000 บาทอยู่ทุกเดือน  ต่อมาช่วงปลายปี 2566 ทราบว่าลูกสาวได้คบหากับชายชาวมาเลเซีย ซึ่งเจอกันในร้านอาหารที่ลูกสาวทำงานอยู่  และฝ่ายชายได้ให้ลูกสาวลาออกจากงานแล้วพาไปอยู่ด้วยที่ประเทศมาเลเซีย ลูกสาวก็ไม่ได้ส่งเงินให้กับทางครอบครัวอีก แต่ยังติดต่อกับครอบครัวอยู่ตลอด  กระทั่งเย็นวันที่ 29 ก.พ. 67 ตนทราบเรื่องจากเพื่อนของลูกสาวที่ทำงานอยู่ จ.ยะลา โทรศัพท์มาเครื่องลูกสาวคนโตบอกว่าลูกสาวถูกแฟนชาวมาเลเซีย ผลักตกตึกจากชั้น 23 ของคอนโดที่พักตกลงมาชั้น 7 เสียชีวิต มีคลิปเสียงลูกสาวร้องโหยหวนขณะกำลังตกตึก ตนตกใจมากทำอะไรไม่ถูก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว และชายชาวมาเลเซียยังมีประวัติอาชญากรรมโชกโชนทราบว่าก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาชาวมาเลเซียรายนี้ผลักแฟนเก่าตึกห้องเดียวกันเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งลูกสาวไม่ใช่คนแรกที่ถูกผลักตกตึกเสียชีวิต  แม่พ่อจึงเดินทางมาพบนางปวีณาฯ เพื่อช่วยนำศพลูกสาวกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทย

 

หลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้ประสานกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ  มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯพาแม่พ่อครอบครัวผู้เสียชีวิตเดินทางไปยื่นคำร้องที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศล โดยมูลนิธิปวีณาฯจะติดตามการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดต่อไป




 


ข่าวที่สื่อนำเสนอดังนี้




24 ความคิดเห็น


Ben Ducket
3 วันที่แล้ว

Interesting topic! Knowing whether you feel attractive isn't just about physical appearance—it's also about confidence, kindness, and the way you carry yourself. Those qualities often make the biggest difference.https://thedeltaexecutor.com.mx/

ถูกใจ

Guest
5 วันที่แล้ว

This post stands out for its exceptional clarity and insight. The topic is explored in depth, yet the content remains engaging and easy to follow without feeling overwhelming. TV Pública

ถูกใจ

Guest
09 ก.ค.

อ่านแล้วนึกถึงลูกชายอายุ 13 ของผู้เสียชีวิตเลยค่ะ ชีวิตเด็กคนนึงต้องเปลี่ยนไปแบบฉับพลันมาก อยากให้ข่าวแบบนี้ช่วยผลักให้คนพูดเรื่องสัญญาณอันตรายในความสัมพันธ์และการขอความช่วยเหลือข้ามประเทศมากขึ้นด้วย (รวมถึงช่วยกันเตือนเพื่อนๆ เวลามีคนเร่งให้ย้ายไปอยู่ด้วยเร็วเกินไป) พูดแบบนอกเรื่องนิดนึง ฉันเคยเห็นคนใช้ a quick hairstyle ai preview ลองเปลี่ยนลุคก่อนตัดสินใจ แล้วก็คิดเหมือนกันว่าเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิตก็ควรมี “จังหวะลอง/ตรวจสอบ” ให้มากกว่านี้ก่อนตัดสินใจค่ะ.

ถูกใจ

Guest
09 ก.ค.

เรื่องนี้สะท้อนเลยว่าความสัมพันธ์แบบรีบตัดสินใจไปอยู่ต่างประเทศมันเสี่ยงมาก โดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายมีประวัติอาชญากรรมและเราไม่มีเครือข่ายช่วยเหลือที่นั่น อยากให้มีระบบตรวจสอบ/แจ้งเตือนที่เข้าถึงง่ายกว่านี้สำหรับคนทำงานข้ามแดนด้วย พูดถึงเรื่องคนออนไลน์แล้ว เมื่อก่อนเห็นคนทำภาพประกาศคนหายด้วยเครื่องมืออย่าง imgg ก็จริง แต่สุดท้ายที่สำคัญกว่าคือช่องทางช่วยเหลือและการตอบสนองที่รวดเร็วของรัฐและสถานทูตค่ะ.

ถูกใจ

Kanya Srisawat
09 ก.ค.

อ่านแล้วใจหายมาก โดยเฉพาะตอนที่บอกว่ามีคลิปขอความช่วยเหลือก่อนตกตึก มันทำให้รู้สึกว่าความรุนแรงในความสัมพันธ์มันใกล้ตัวกว่าที่คิด และคนรอบข้างก็ช่วยไม่ทันจริงๆ นึกถึงตอนเคยอ่านเรื่องการ “ถอดรหัส” ข้อมูล/ข้อความเพื่อจับพิรุธในคดี แบบ Vigenère cipher tool ที่ใช้สาธิตแนวคิดพื้นๆ ได้ แต่กรณีจริงน่ากลัวกว่านั้นมาก หวังว่าจะตามตัวคนทำได้และพาศพกลับบ้านให้ครอบครัวได้โดยเร็วค่ะ.

ถูกใจ
bottom of page