top of page
  • รูปภาพนักเขียนทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

“ปวีณา” พาญาติเหยื่อ 3 รายถูกหลอกทำงานต่างประเทศ พบ “อธิบดีกรมการกงสุล” เพื่อเร่งหาทางช่วยเหลือ

3ส.ค.66 “ปวีณา” พาญาติเหยื่อ 3 รายถูกหลอกไปทำงาน 3 ประเทศ ดูไบ, มาเลเซีย และเมียนมาเข้าพบ นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล เพื่อประชุมหาแนวทางช่วยเหลือเหยื่อเร่งด่วน



วันที่ 3 ส.ค.66 เวลา 16.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาญาติเหยื่อ 3 ราย ถูกหลอกไปทำงาน 3 ประเทศ ดูไบ, มาเลเซีย และเมียนมา เข้าพบ นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล เพื่อประชุมหาแนวทางช่วยเหลือเหยื่อเร่งด่วน รายที่ 1 เคสดูไบถูกหลอกไปทำงานนวด 3 วันเสียชีวิตปริศนา รายที่ 2 เด็กสาวเมียนมา อายุ 16 ปี ถูกหญิงแต่งกายคล้ายมุสลิมพาตัวไปคาดว่าถูกหลอกไปค้าประเวณีพิกัดสุดท้ายอยู่ที่มาเลเซีย และรายที่ 3 สามี อายุ 25 ปี ขอความช่วยเหลือถูกบังคับให้ทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา มีคนไทยอีกกว่า 300 ชีวิตรอคอยความช่วยเหลือ


นางปวีณา กล่าวว่า วันนี้ได้นัด นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล และพาญาติเหยื่อผู้เสียหาย 3 ราย มาประชุมร่วมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเหลือทั้ง 3 ราย อย่างเร่งด่วน สำหรับเคสที่ 1 ทางญาติของผู้เสียชีวิตต้องการนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด และให้ติดตามคดีสาเหตุการเสียชีวิตของน้องสาว เคสที่ 2 ลูกสาว 16 ปี ชาวเมียนมาร์ ถูกหลอกไปที่ประเทศมาเลเซียเนื่องจากผู้เสียหายเป็นชาวเมียนมาร์จึงจำเป็นที่จะต้องหาทางช่วยเหลือตรงไปยังประเทศมาเลเซีย โดยวันนี้จะมีการประชุมกับ อธิบดีกรมการกงสุล เพื่อประสานกับหน่วยงานประเทศมาเลเซีย เคสที่ 3 สามี อายุ 25 ปี ถูกหลอกไปกักขังให้ทำงานคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงคนไทยทุกข์ทรมาน และยังมีเหยื่อคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ ถูกบังคับ ถูกกักขัง ต้องการความช่วยเหลือกว่า 300 คน ที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งมูลนิธิปวีณาฯได้ประสานกส่งข้อมูลให้ทางกรมการกงสุลไป วันนี้มูลนิธิปวีณาฯ ได้พาญาติเดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม


ที่ผ่านมามูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานการช่วยเหลือกับท่านอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ตำรวจ ทหาร เเละทหารชุด TBC ทั้งไทย เเละเมียนมาร์ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งในบางพื้นที่ บางประเทศ อาจจะยากต่อการช่วยเหลือ ต้องใช้เวลาในการประสานงาน และอาจจะช่วยเหลือไม่ได้ทุกราย


กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จึงขอเตือนภัยและขอประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่คิดจะไปทำงานในต่างประเทศต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนจากกระทรวงแรงงานทุกจังหวัด หรือ สอบถามกระทรวงการต่างประเทศ หรือ มูลนิธิปวีณาฯ ก่อนที่จะต้องสูญเสียทั้งเงินและอิสรภาพ เงินก็ไม่ได้ต้องเป็นหนี้มหาศาล ถูกทำร้ายร่างกาย บังคับให้เสพยาเสพติด บางคนถึงกับเอาชีวิตไม่รอด



ปัจจุบันขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ มีการโฆษณาทางสื่อออนไลน์ ว่ามีงานสบายรายได้ดีเมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะตกเป็นเหยื่อขบวนการเหล่านี้ต้องไปทุกข์ทรมานในต่างแดน


สถิติมูลนิธิปวีณาฯ ได้รับเรื่องร้องทุกข์คนไทยถูกหลอกไปค้าประเวณี ค้ามนุษย์ ต่างประเทศ ดังนี้

ปี 2565 จำนวน 255 ราย เป็นประเทศ 1.ดูไบ 64 ราย , 2.บาห์เรน 41 ราย, 3.เมียนมาร์ 32 ราย, 4.โอมาน 26 ราย, 5.มาเลเซีย 12 ราย และประเทศอื่นๆ อีก 41 ราย อาทิ กัมพูชา ฟิลิปปินส์, อินเดีย, จีน (แจ้งเบาะแสในประเทศ 39 ราย)


ในปี 2566 ตั้งแต่ 2 ม.ค. – 26 ก.ค. 66 จำนวน 214 ราย ส่วนใหญ่เป็นประเทศ 1.เมียนมาร์ 60 ราย, 2.ดูไบ 38 ราย, 3.บาห์เรน 16 ราย, 4.กัมพูชา 17 ราย, 5.มาเลเซีย 8 ราย และประเทศอื่นๆ อีก 75 ราย อาทิ ประเทศอินเดีย, ศรีลังกา, เกาหลี, กาน่า


ภายหลังการประชุมหารือแนวทางช่วยเหลือญาติเหยื่อทั้ง 3 รายที่ร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณาฯ


นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ นายรุธ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล และนายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างแดน ร่วมแถลงข่าวโดยมีแนวทางการช่วยเหลือดังนี้



นายรุธ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า รายที่ 1. กรณีสาวถูกหลอกไปทำงานนวดที่ดูไบ 3 วันเสียชีวิตปริศนา ญาติขอนำศพกลับไทย และขอทราบสาเหตุการตาย ทางกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ได้ประสาน สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ทราบว่าขณะนี้ศพถูกเก็บรักษาเพื่อรอดำเนินการตามขั้นตอนของทางการ UAE ก่อนออกเอกสารการตายท้องถิ่น คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อแล้วเสร็จ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จะได้ออกใบมรณบัตรไทยและประสานงานดำเนินการส่งศพกลับประเทศไทย ในส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่างหาแนวทางช่วยเหลืออาจจะประสานสมาคมคนไทยที่ดูไบร่วมกันบริจาค ขณะเดียวกันจะต้องตรวจสอบการเดินทางไปทำงานของผู้เสียชีวิตว่าไปทำงานกับร้านนวดที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือร้านที่แอบแฝงและเหตุใดไปเพียง 3 วันถึงเสียชีวิตโดยที่ไม่มีข้อมูล และผู้เสียชีวิตไม่ได้มีการลงทะเบียนกับสถานทูตเมื่อเดินทางไปถึง ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน


รายที่ 2. กรณีสาวเมียนมาวัย 16 ปีถูกหลอกพาตัวหายไปคาดถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ประเทศมาเลเซีย จะดำเนินการใน 2 ส่วนด้วยกัน 1. กรมการกงสุลจะทำหนังสือไปยังสถานทูตเมียนมาในไทยและให้ทางสถานทูตเมียนมาประสานกับทางการมาเลเซียในการสืบหาข่าวติดตามตัว 2. ตนจะเดินทางไปประชุมที่ภูเก็ตเร็วๆ นี้และจะได้พบปะกับอธิบดีกรมการกงสุลมาเลเซีย ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนกันจะได้ฝากเรื่องดังกล่าวให้ช่วยติดตามอีกทางหนึ่ง


รายที่ 3. กรณีสามีอายุ 25 ปีถูกหลอกไปทำงาน call center ที่เมืองล๊อกกิ่ง ประเทศเมียนมา จะได้ประสานกับทางสถานทูตเมียนมาเพื่อหาทางช่วยเหลือคนไทยต่อไป และขอฝากเตือนประชาชนขณะนี้มิจฉาชีพมีการหลอกลวงรูปแบบใหม่สร้างความน่าเชื่อถือโดยการอ้างว่าเป็นบริษัทจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำสัญญาจ้างงานในประเทศไทย ดูแลเรื่องค่าเดินทาง แต่สุดท้ายไม่มีบริษัทนั้นจริง เมื่อเดินทางไปถึงจึงรู้ว่าถูกหลอกตกเป็นเหยื่อ ขอให้ผู้ที่คิดจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศตรวจสอบข้อมูลกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ หรือ มูลนิธิปวีณาฯ ให้แน่ใจก่อนตัดสินใจเดินทางเพราะการไปทำงานต่างประเทศนั้นมีความเสี่ยง


อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวอีกว่า "กรมการกงสุลยินดีร่วมมือกับมูลนิธิปวีณาฯ ในการช่วยเหลือหญิงไทยที่ถูกหลอกไปยังประเทศต่างๆ หรือผู้ที่ถูกหลอกไปทำงานยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตกทุกข์ได้ยาก หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป"



ข้อมูลเพิ่มเติมทั้ง 3 เคสอย่างละเอียด

รายละเอียด เคสที่ 1.

วันที่ 27 ก.ค.66 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี น.ส.แจง (นามสมมุติ) พี่สาว อายุ 57 ปี เดินทางมา จ.นครราชสีมา เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอความช่วยเหลือ น.ส.จี (นามสมมุติ) น้องสาว อายุ 49 ปี ถูกหลอกไปทำงานนวดแผนไทย ที่รัฐดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.65 ก่อนจะหายไปติดต่อไม่ได้ ผ่านไปร่วม 9 เดือน วันที่ 13 ก.ค.66 ญาติได้รับการติดต่อจากคนไทยในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แจ้งว่าน้องสาวเสียชีวิตแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.65 หลังเดินทางไปดูไบได้ 3 วัน ครอบครัวจึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ อยากทราบสาเหตุการเสียชีวิตของน้องสาวและขอนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย


หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล เพื่อขอความช่วยเหลือครอบครัวในการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตและการดำเนินการรับศพกลับจากรัฐดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาประเทศไทย โดยนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ จะเดินทางพาพี่สาวผู้เสียชีวิตเข้าพบ นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล วันพฤหัสบดีที่ 3 ส.ค. 66 เวลา 16.00 น. ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ


น.ส.แจง พี่สาว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทราบจากน้องเขยว่า น.ส.จี น้องสาวได้รับการชักชวนไปทำงานนวดแผนไทยที่ดูไบโดยหวังว่าจะได้เงินมาก และหลงเชื่อเดินทางไปเมื่อวันที่ 3 ต.ค.65 คนเดียว จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ไม่คิดว่าการเดินทางไปครั้งนี้ของน้องสาวต้องไปจบชีวิตในต่างแดน



รายละเอียด เคสที่ 2.

สืบเนื่องจากวันที่ 20 ก.ค.66 น.ส.ออย แม่ชาวเมียนมา พร้อม น.ส.เอ้ น้องสาวที่เป็นญาติกันชาวไทย (ทั้งสองนามสมมุติ) ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า น.ส.อุ๋ย (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ลูกสาวของน.ส.ออย ทำงานอยู่ร้านขายโทรศัพท์มือถือ ย่านถนนเสือป่า กรุงเทพฯ ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.66 แม่จึงได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่สภ.พลับพลาไชย1 วันที่ 16 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางวันเกิดเหตุพบว่า น.ส.อุ๋ย เดินไปกับผู้หญิงรูปร่างใหญ่ แต่งกายคล้ายชาวมุสลิม สวมฮิญาบ อยู่บริเวณถนนราชดำเนิน บางลำภู ก่อนจะหายไปจากมุมกล้อง และแม่ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้อีกเลย


ผ่านไปกว่า 1 เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามตัว แม่และญาติเกรงว่าน.ส.อุ๋ย จะถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ประเทศมาเลเซีย เพราะมีการทำพาสปอร์ตขึ้นมาใหม่ปลอมแปลงอายุน.ส.อุ๋ย จาก 16 ปี เป็น 20 ปี และญาติได้ทำเรื่องไปยังเครือข่ายโทรศัพท์มือถือช่วยเช็กสัญญาณโทรศัพท์หลังจากที่น้องหายตัวไปพบว่าตำแหน่งอยู่ที่ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี สงขลา สตูล ตามลำดับ และญาติยังได้เช็กตำแหน่งล่าสุดของเฟซบุ๊กน.ส.อุ๋ย พบว่าไปอยู่ในพื้นที่ของผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นแหล่งค้าประเวณีในประเทศมาเลเซีย ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย


รายละเอียด เคสที่ 3.

สืบเนื่องจากวันที่ 20 ก.ค.66 น.ส.ใหม่ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่านายนนท์ (นามสมมุติ) สามี อายุ 25 ปี ถูกหลอกไปทำงานที่เมืองล๊อกกิ่ง หรือ เล้าไก่ ประเทศเมียนมา บังคับให้ทำงานคอลเซ็นเตอร์ สร้างเฟซบุ๊กปลอมหลอกคนไทยลงทุนเทรดหุ้น โดยก่อนหน้านี้สามีทำงานอยู่ร้านสมาร์ทโฟนแห่งหนึ่งและมีความรู้เรื่องเทรดหุ้น ได้พบเห็นโฆษณาทางเฟซบุ๊ก โดยบริษัทเอเจนซี่แห่งหนึ่งอ้างว่าต้องการคนมีความสามารถเรื่องเทรดหุ้น รายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือน ไม่รวมคอมมิชชั่น ที่พัก-อาหารฟรี ทำสัญญา 3 เดือน จากนั้นสามีก็ได้ติดต่อทางไลน์ โดยเอเจนซี่สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการให้สามีไปทำวีซ่า ตรวจสุขภาพ และทำสัญญาจ้างงานวันที่ 5 ก.ค.66


จากนั้นวันที่ 6 ก.ค.66 สามีเดินทางไปโดยนั่งเครื่องบินที่ดอนเมืองไปลงที่เมืองลาเซียว ประเทศเมียนมา ก่อนจะมีรถมารับไปส่งที่เมืองล๊อกกิ่ง ซึ่งก็ยังติดต่อกับสามีได้ตลอด แต่พอไปถึงวันที่ 7 ก.ค. สามีขาดการติดต่อไปหลายวัน วันที่ 9 ก.ค. ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่สน.พหลโยธิน ต่อมาวันที่ 10 ก.ค. สามีได้ปลอมเฟซบุ๊กส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือ เล่าว่า ถูกกักขังอยู่ในตึกแห่งหนึ่งในเมืองล๊อกกิ่ง และถูกบังคับให้ทำงานคอลเซ็นเตอร์ สร้างเพจปลอมหลอกคนไทยชวนลงทุนเทรดหุ้น ต้องทำงานเวลา 09.30-03.00 น.ของอีกวัน ถูกยึดโทรศัพท์มือถือไม่ให้ติดต่อกับคนภายนอก และไม่มีกำหนดกลับ พบเห็นการทำร้ายร่างกายคนไทยที่ไม่ยอมทำงาน มีคนไทยติดอยู่ที่นั่นอยู่กว่า 300 คน ในตึกมีคนคุมตลอดเวลา ด้านนอกตึกมีทหารถือปืนยืนคุมอยู่


นอกจากนี้สามียังบอกอีกว่า ข้อความที่ส่งมาให้อ่านอย่างเดียวไม่ต้องตอบ ข้อความที่คุยกันให้แคปรูปไว้เพราะต้องลบออกให้หมด ก่อนหน้านี้มีคนพลาดถูกจับได้ว่าแจ้งเรื่องไปขอความช่วยเหลือคนนั้นถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ตอนนี้ไม่รู้ว่าสามีตนจะเป็นอย่างไรบ้าง ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย




ดู 25 ครั้ง1 ความคิดเห็น

1 kommentar


Melvin Baker
Melvin Baker
10 aug. 2023

คุณสามารถใช้สี่ขั้นตอนเดียวกันนี้ด้วยตัวเองเพื่อรับความชัดเจนเกี่ยวกับความต้องการของคุณเองและเลือกการดำเนินการอย่างชาญฉลาด

free games

Gilla
bottom of page