ค้นหา
  • ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

“ปวีณา” กร้าว คนทำผิดย่อมต้องได้รับบทลงโทษ

อัปเดตเมื่อ 26 ต.ค.

“ปวีณา” เกาะติดคดีเด็กหญิง 13 ปีถูกครูพละข่มขืน ยันจะติดตามการดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจน้องร่วมกับ พม.กาฬสินธุ์ และ รพ.นาคู จนกว่าสภาพจิตใจจะหายเป็นปกติ



วันที่ 25 ต.ค.65 เวลา 10.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ยังเกาะติดตามคดี ด.ญ.อายุ 13 ปีถูกครูพละข่มขืน อยู่ จ.กาฬสินธุ์ โดยนางปวีณา พร้อม นางวิจารย์ ชูรัตน์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์ เดินทางมา รพ.นาคู เพื่อเยี่ยมอาการเด็ก


โดยเด็กพร้อมจะสอบสหวิชาชีพแล้ว ซึ่งมีท่านอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา ให้ความกรุณาสะดวกมาสอบที่ รพ.นาคู โดยเด็กไม่ต้องไปสำนักงานอัยการ ในเมือง ซึ่งมี ร.ผกก. พตท.ฐิติพันธ์ นิติธรรมสารพล และทีมตำรวจ เดินทางมาเตรียมความพร้อมในการสอบสหวิชาชีพ 1 ชม. ผ่านไป ยายกล่าวว่า เด็กสามารถพูดได้ชัดเจน ว่าครูพละข่มขืน ตำรวจจึงเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งศาล


ขณะที่ในช่วงเช้าของวันนี้ครูพละเข้ามอบตัวที่ สภ.กุฉินารายณ์ ตำรวจสอบปากคำและยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัว ช่วงบ่ายนี้ตำรวจพาผู้ต้องหาฝากขังที่ศาล


แม่ ยาย และญาติเด็กเป็นห่วงว่าผู้ต้องหาจะได้ประกันที่ศาล เกรงเข้ามาก่อกวนในบ้านเหมือนเมื่อวันก่อน จนทำให้หลานเครียด จนต้องเข้ารพ. และยังมีพลเมืองดี ให้ข้อมูลกับญาติเด็กอีกว่า ผู้ต้องหาพยายามวิ่งเต้นให้นักการเมืองระดับชาติช่วยพ้นผิด ครอบครัวจึงกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม



นางปวีณา กล่าวว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฏหมาย คนทำผิดย่อมต้องได้รับบทลงโทษ บ้านเมืองจึงจะสงบ คงไม่มีใครอยากจะช่วยคนผิดจะเอาชื่อเสียงมาเสี่ยง ถ้ามีการเปิดเผยชื่อคนช่วย ประชาชนรู้ ไม่คุ้มแน่


อย่างไรก็ตาม มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจน้องร่วมกับพม. กาฬสินธุ์และ รพ.นาคู จนกว่าสภาพจิตใจจะหายเป็นปกติ โดยมูลนิธิปวีณาจะติดตามคดีร่วมกับตร.ให้ได้รับความเป็นธรรมจนสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมต่อไป





ดู 50 ครั้ง0 ความคิดเห็น